วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

GULF ปี 68 ฟันกำไร 8.6 หมื่นล้าน โตกระฉูด 304% หลังควบรวม INTUCH หนุนผลงานพุ่ง

GULF รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 86,562 ล้านบาท เติบโตขึ้น 304.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด บันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท

KEY POINTS

  • GULF รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ 86,562 ล้านบาท เติบโตขึ้น 304.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการบันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท
  • กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) สำหรับปี 2568 อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ ADVANC (บริษัทในกลุ่ม INTUCH) และการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่
  • นอกจากกำไรจากการควบรวมกิจการแล้ว ในปี 2568 บริษัทยังมีกำไรจากการซื้อธุรกิจ (ปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน) 519 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 1,147 ล้านบาท

บริษัท กัลฟ์ ดีเลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งผลการดำเนินงาน ปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เท่ากับ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 304.8 YoY โดยมีบันทึกกำไรจากการควบรวมบริษัทระหว่าง GULFI และ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท ประกอบกับมีกำไรจากการซื้อธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 519 ล้านบาท 

นอกจากนี้ในปี 2568 ยังมีบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์สุทธิเป็นผลกำไร 1,147 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีขาดทุนจากรายการดังกล่าวจำนวนสุทธิ 189 ล้านบาท
 

ส่วนแบ่งกำไร core profit จากบริษัทร่วมและการร่วมค้า ในไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 6,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.3 YoY โดยหลักเพิ่มขึ้นจาก ADVANC ที่มีผลประกอบกำรที่ดีขึ้น GJP ที่มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น Jackson ที่ได้รับรายได้ค่า Capacity Payment เพิ่มขึ้นอย่ามีนัยสำคัญ และโรงไฟฟ้า HKP หน่วยที่ 2 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มกราคม 2568 ทั้งนี้ core profit จากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.2 QoQ จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ ADVANC ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังงำนลม BKR2 เข้าสู่ช่วง high season และ HKP ที่มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วย 

สำหรับปี 2568 ส่วนแบ่งกำไร core profit จากบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 1,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.6 YoY โดยหลักเพิ่มขึ้นจากผลกำไรของ ADVANC ที่เติบโตขึ้น และ Jackson ที่ได้รับรายได้ค่า Capacity Payment ที่สูงขึ้นประกอบกับได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก HKP ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้ำหน่วยที่ 2 ในวันที่ 1 มกราคม 2568

ขณะที่ กำไรจากการดำเนินงาน (core profit) ในไตรมาส 4/68 เท่ากับ 7,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.7 YoY โดยหลักมาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ ประกอบกับรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, GJP, HKP และJackson และ core profit เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 QoQ โดยหลักจากส่วนแบ่ง core profit จาก ADVANC, BKR2 และ HKP ที่เพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้ สำหรับปี 2568 core profit อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.4 โดยหลักเติบโตขึ้นจากเงินปันผลจาก KBANK การรับรู้ผลกำไรเต็มปีจากโรงไฟฟ้ำ GPD หน่วยที่ 3-4 และกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในประเทศที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 กำไรจากการนำเข้ำ LNG และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, HKP และJackson

ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 32,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 YoY และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 QoQ และสำหรับ ปี 2568 รายได้รวมอยู่ที่ 135,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 YoY

นอกจากนี้ สินทรัพย์รวม ณ 31 ธันวาคม 2568 เท่ากับ 773,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 จาก 31 ธันวาคม 2567 โดยหลักเพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้กลุ่มบริษัทฯ การรับรู้ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและกำรร่วมค้าเงินลงทุนในตราสารทุนเพิ่มเติม