ท่ามกลางการติดตามผลของ “คดีหุ้นอื้อฉาว” ในตลาดหุ้นไทยอย่าง บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น MORE ล่าสุดกระบวนการทางกฎหมายกำลังเดินหน้าอีกขั้น เมื่อ “พนักงานอัยการ” ยืนยันกำหนดนัดนำตัว “ผู้ต้องหาเพิ่มเติม” เข้าสู่ศาลในวันที่ 19 ก.พ.2569 นับเป็นช่วงสำคัญของคดีที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าสู่การต่อสู้ในชั้นศาลอย่างเป็นทางการ ขณะที่ “กลุ่มพรประภา” ได้มีการประกันตัวแล้ว 2 ราย ได้แก่ นายอธิภัทร พรประภา และ นางอรพินธุ์ พรประภา ส่วน นายเอกภัทร พรประภา (คิม) ยังคงไม่ได้มีการให้ประกันตัว
เจ้าหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ผู้ต้องหาที่จะเข้ารายงานตัวในรอบนี้ ได้แก่ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ (สมนึก ตงฮั้ว), นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ (เฮียม้อ) และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ โดยยืนยันว่ากำหนดนัดวันที่ 19 ก.พ.69 เป็นนัดหมายเดิม ไม่ได้มีการเลื่อนแต่อย่างใด จากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวคลาดเคลื่อนว่าการรายงานตัวจะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ก.พ.69 นี้
ทั้งนี้ คาดว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะเดินทางมาตามกำหนดการปกติ หลังจากนั้นคดีจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งทั้งฝ่ายโจทก์ และฝ่ายจำเลยจะนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อศาลเพื่อพิจารณามีคำพิพากษาต่อไป
“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวถือเป็น “ตัวละครหลัก” ของคดี และมีบทบาทแตกต่างจากผู้ต้องหาบางกลุ่มก่อนหน้า โดยมองกลุ่มนี้อาจไม่สามารถใช้แนวทางการต่อสู้คดีในลักษณะเดียวกับการอ้างเป็นเพียงนักลงทุนรายย่อยได้ เนื่องจากพฤติการณ์บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงในเชิงบทบาทนำมากกว่า
ทั้งนี้ ประเด็นที่ถูกจับตาอีกด้านคือ เรื่องการประกันตัว และการปรากฏตัวของผู้ต้องหา โดยตามขั้นตอนทางกฎหมาย การเข้ารายงานตัวเพื่อสู้คดีจำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันในวงเงินสูง หากผู้ใดไม่มีหลักประกันเพียงพอ อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี นอกจากนี้ แม้ผู้ต้องหาจะมีหลักทรัพย์ครบถ้วน แต่อัยการยังสามารถคัดค้านการประกันตัวได้ และศาลมีดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
นอกจากนี้ในมุมของผลกระทบต่อบริษัท และผู้ถือหุ้น ประเมินว่า หุ้น MORE ถูกพักการซื้อขายมาเป็นเวลานาน ประกอบกับธุรกิจของบริษัทไม่ได้มีจุดเด่นชัดเจน เมื่อเผชิญปัญหาด้านความน่าเชื่อถือจากคดีความที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
“นักลงทุนอาจต้องทำใจในระดับหนึ่งว่าความเสียหายเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอนแล้ว เพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหน และแม้คดีจะสิ้นสุดลงในอนาคต ก็ยังไม่แน่ชัดว่ามูลค่าหุ้นที่เหลือจะเพียงพอสำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่”
แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมด 32 ราย โดยก่อนหน้านี้อัยการได้เรียกตัวผู้ต้องหาไปแล้ว 28 ราย ส่วนการนัดหมายในวันที่ 19 ก.พ.69 จะเป็นการเรียกผู้ต้องหากลุ่มที่เหลือ ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากประกอบด้วยอดีตผู้บริหาร และนักลงทุนรายใหญ่ แตกต่างจากกลุ่มแรกที่ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม มองว่าการดำเนินคดีอย่างเข้มงวดครั้งนี้ สะท้อนท่าทีจริงจังของหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการแก้ไขปัญหาการปั่นหุ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในช่วงที่ตลาดทุนเริ่มฟื้นตัว ความเข้มงวดด้านกฎระเบียบยังเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาตลาดทุนในระยะต่อไป ทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับหุ้น IPO ใหม่ และแนวทางผลักดันกองทุน ETF ให้มีความหลากหลายมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย ซึ่งความโปร่งใส และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังถือเป็นปัจจัยสำคัญ
ในด้านการลงทุนเตือนว่าหุ้น MORE ซึ่งปัจจุบันเคลื่อนไหวในระดับราคาต่ำ มีความเสี่ยงสูงมาก หากนักลงทุนต้องการเก็งกำไรควรจำกัดสัดส่วนเงินลงทุนให้น้อย ขณะเดียวกันต้องยอมรับความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นอาจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือในกรณีเลวร้ายอาจสูญเสียมูลค่าเกือบทั้งหมด
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





