"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (13 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,430.41 จุด โดยปรับตัวลดลง 11.12 จุด หรือคิดเป็น 0.77% นักวิเคราะห์ระบุตลาดรับข่าวปัจจัยการเมืองจบแล้ว มองเชิงลบตลาดหุ้นสหรัฐเข้ากดดันหุ้นไทย หลังมีความกังวลวิกฤตฟองสบู่ AI ฉุดกลุ่มเทคโนโลยี
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (13 ก.พ. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,430.41 จุด โดยปรับตัวลดลง 11.12 จุด หรือคิดเป็น 0.77% โดย ดัชนีฯทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,443.97 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,428.41 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 66,146.84 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 195.50 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.51% มูลค่าซื้อขาย 4,319.94 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 59.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขาย 3,451.53 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 3,200.43 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 57.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.88% มูลค่าซื้อขาย 2,995.47 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 163.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.30% มูลค่าซื้อขาย 2,948.92 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยพักฐานเล็กน้อยหลังปรับขึ้นต่อเนื่องจากการรับข่าวเรื่องผลการเลือกตั้งไปแล้ว
มองปัจจัยลบตลาดหุ้นสหรัฐกดดันหุ้นไทย หลังมีความกังวลวิกฤตฟองสบู่ AI ฉุดกลุ่มเทคโนโลยี โดยในฝั่งของสหรัฐมีแรงเทขายจากกลุ่มซอฟต์แวร์ ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วน ดาต้าเซนเตอร์ และบิ๊กเทคอย่างเจ็ดนางฟ้ายังไปได้
ในขณะที่สัปดาห์หน้า (16 ก.พ.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ มีแนวรับอยู่ที่ 1,425 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,450 จุด โดยคาดว่า มีแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าคาด และตัวเลขการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป
ด้านกลยุทธ์การลงทุน : แนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวจากการใกล้เข้าสู่เทศกาลตรุษจีน เช่น AOT, AWC รวมถึงหุ้นในธีมอินฟราเทคและดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง GULF ที่ยังมีมุมมองเชิงบวก





