โบรกคาดกำไร Q4/68 ที่ 23,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 150% หนุนหุ้น “PTT” บวก จากกำไรพิเศษขายหุ้น Lotus Pharmaceutical และ FX สวนทางกำไรปกติชะลอจากกำไรบริษัทลูกฉุด-ขาดทุนสต็อกน้ำมัน
บรรยากาศการเคลื่อนไหว ราคาหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT วันนี้ ณ เวลา 14:00 น. อยู่ที่ราคา 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.69 % ราคาสูงสุด 36 บาท ราคาต่ำสุด 35.5 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย โดยรวม 2,172.08 ล้านบาท
นายศรชัย พิทยาพฤกษ์ นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 ของ PTT อยู่ที่ 23,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังรับรู้กำไรพิเศษปรับมูลค่าหุ้น Lotus Pharmaceutical ในไต้หวันราว 7,500 ล้านบาท
โดยมองว่ากำไรพิเศษจากการขายหุ้น Lotus Pharmaceutical แม้จะเพิ่มในส่วนกำไรสุทธิ แต่ไม่ได้สะท้อนความสามารถในการดำเนินงานของธุรกิจโดยตรง ประกอบกับรายรับดังกล่าวไม่ได้อยู่ในรูปแบบของเงินสด (non-cash) จึงไม่ได้ประเมินอัปไซด์จากปัจจัยนี้มากนัก
ขณะที่คาดการณ์กำไรปกติของบริษัทที่ 16,243 ล้านบาท ลดลง 8% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 19% เทียบกับช่วงเวลาเดียวปีก่อน จากแรงกดดันต้นทุนราคาก๊าซในธุรกิจโรงแยกก๊าซ และผลประกอบการกลุ่มบริษัทลูกอย่าง PTTEP จากภาวะซัพพลายส่วนเกิน นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศ OPEC+ ยังมีนโยบายผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันย่อตัวลง เป็นปัจจัยเชิงลบต่อธุรกิจ ทั้งนี้ สำหรับปันผลงวด 2H25 คาดจ่ายที่ 1.1 บาทต่อหุ้น
คาดการณ์ปี 2569 กำไรของ PTT จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการเปลี่ยนโครงสร้างราคาก๊าซ จากระบบ Single Pool มาเป็นราคาก๊าซอ่าวไทย คาดส่งผลดีต่อต้นทุนธุรกิจโรงแยกก๊าซ อย่างไรก็ตาม ด้านคำแนะนำการลงทุนเปลี่ยนจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นมามากแล้วหลังรับข่าวเปลี่ยนโครงสร้างราคาในปีที่ผ่านมา และประเมินว่าปัจจุบันอัปไซด์มีจำกัด
นายปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า ประเทศไทย คาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 ของ PTT อยู่ที่ 24,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังรับรู้กำไรพิเศษอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และการลดสัดส่วนการลงทุนใน Lotus Pharmaceutical ราว 8 พันล้านบาท
ขณะที่การคาดการณ์กำไรปกติของบริษัทที่ 17,900 ล้านบาท ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวปีก่อน จากราคาน้ำมันโลกมีการปรับฐาน ส่งผลให้เกิดการขาดทุนสต๊อกน้ำมันและผลการดำเนินงานถูกกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง ด้านธุรกิจก๊าซที่ PTT ดำเนินงานเองมีแนวโน้มกำไรลดลง เนื่องจากการปรับลดราคาขายตามราคาปิโตรเคมี-น้ำมันเตา แม้ในภาพรวมอัตราการผลิตจะเพิ่มขึ้น และต้นทุนราคา Pool Gas มีทิศทางต่ำลง ทั้งนี้ สำหรับปันผลงวด 2H25 คาดจ่ายที่ 1.2 บาทต่อหุ้น
สำหรับปี 2569 มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรสุทธิทั้งปีลง 10% ที่ 94,000 ล้านบาท จากแรงกดดันผลประกอบการบริษัทลูกที่ลดลง อย่างไรก็ดี แนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีโอกาสได้กำไรจากกลยุทธ์การบริหารภายใน รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาก๊าซทำให้ต้นทุนถูกลง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 39 บาท อัปไซด์ที่ 10%
ด้าน บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า กำไรสุทธิกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 ของ PTT อยู่ที่ 24,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังรับรู้กำไรพิเศษอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศราว 7.7 พันล้านบาทจากเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง รวมถึงกำไรพิเศษการขายหุ้น Lotus Pharmaceutical ราว 2%
หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ถึงแม้ธุรกิจโรงแยกก๊าซของ PTT จะได้ประโยชน์จากต้นทุนราคาก๊าซที่ถูกลง แต่ผลการดำเนินงานที่ชะลอของบริษัทลูกอย่าง PTTGC และ OR จะยังเป็นปัจจัยกดดัน ทั้งนี้ คาดการณ์การจ่ายปันผลงวด 2H25 ที่ 1.2 บาทต่อหุ้น
สำหรับปี 2569 มองว่า กระแสเงินสดบริษัทยังมีความแข็งแกร่ง ธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีมีแน้วโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงกลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุนยังมีประสิทธิภาพ จึงให้คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 37 บาท โดยคาดหวังเงินปันผลได้ที่ 6%





