บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สัปดาห์หน้า เดินหน้าสู่ช่วง เทศกาลตรุษจีน โดยตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดจันทร์เช้า 16 ก.พ. และไปเปิดอีกทีวันศุกร์ 20 ก.พ. ส่วนตลาดหุ้นจีน ปิดตั้งแต่ 16 ก.พ. –23 ก.พ. นี้
ฝ่ายวิจัยฯ ทำการวิเคราะห์ช่วงก้าวข้ามปีใหม่จีน มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นต่างๆ ตลอด 20 ปีแบบตัดปี OUTLIER ออก? (ตัด OUTLIER ปี 2008 เกิด SUBPRIME, ปี 2009 เกิด POST-CRISIS REBOUND / VOLATILITY สูง, ปี 2016 เกิดกังวล CHINA HARD-LANDING, ปี 2020 เกิด COVID-19, ปี 2022 เกิด CHINA LOCKDOWN)
ช่วงก่อนและหลังตรุษจีน ตลาดหุ้นโลกมักปรับตัวขึ้นได้ดีทั้งก่อนและหลังตรุษจีน 5 วัน โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน +2.18% ก่อนตรุษจีน 5 วัน และขึ้นต่อ +1.92% ใน 5 วันหลังตรุษจีน
แม้ตลาดหุ้นไทยตามสถิติจะย่อตัวเล็กน้อยช่วงหลังตรุษจีน แต่ปีม้า 2026 นี้ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ จากแนวโน้ม GDP งวด ไตรมาส 4/68 ที่จะรายงานในวันที่ 16 ก.พ. 69 มีโอกาสก้าวข้าม TECHNICAL RECESSION, ภาพรวมกำไรงวด ไตรมาส 4/68 มีโอกาสฟื้นจากฐานที่ต่ำกว่า 80% และตรุษจีนปีนี้ยังมีกระแส AMEZING THAILAND, กระแสเพลง BANGKOK CITY หนุน
ทำให้ปีม้า 2026 นี้ ช่วงตรุษจีนและหลังตรุษจีน มีโอกาสได้แรงหนุนจาก FUND FLOW ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียช่วงนี้ไหลเข้าเพิ่มเติมอีก
แนะนำเก็งกำไรหุ้นเข้าดัชนี MSCI อย่าง IVL, CRC, หุ้นอิงราคาน้ำมัน PTT, PTTEP, หุ้นอิง GDP ไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว CPALL, TIDLOR, BBL และหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ERW, CENTEL, MINT





