หุ้นไทยวันนี้ 12 ก.พ.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 66 จุด -0.1% ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างผันผวนแม้จะบวกในช่วงแรกแต่หลังจากนั้นก็ปรับลงเพราะกังวลกับทิศทางดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.87% นักลงทุนประเมินว่าอุปทานน้ำมันอาจตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ 1.3 แสนราย ดีกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่นราย พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ 4.3% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.4% ความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยจึงกลับมาเป็นปัจจัยกดดันอีกครั้ง สะท้อนผ่านการปรับขึ้นของ US Bond Yield อายุ 2 ปีและ CME FED Watch กลับมาให้โอกาสลดดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. ลดลง กดดันหุ้นในกลุ่ม Technology ของสหรัฐฯ (Alphabet -2.4% MSFT -2%)
แต่สวนทางกับผู้ขายอุปกรณ์อย่าง NVIDIA +0.8% ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักลงทุนยังไม่มั่นใจกับทิศทางเงินลงทุน อย่างน้อยจนกว่าจะเห็นผลประกอบการ 1Q26 ว่า Capex ที่ใส่ไปได้เห็นผลกับกำไร
คืนนี้ฝั่งสหรัฐฯ รอติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.2 แสนรายทั้งนี้ด้วยแรงงานสหรัฐที่ดีกว่าคาดการณ์ในระยะสั้นอาจสร้างแรงหนุนเชิงบวกต่อหุ้นที่มีรายได้ในสหรัฐฯ อย่าง TU ITC
กลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่า SET INDEX เริ่มชะลอตัวโดยวานนี้ +0.09% หากไม่รวม DELTA คาดว่าดัชนีจะพลิกสู่แดนลบ ปัจจัยดังกล่าวสอดคล้องกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้าว่า Upside อาจเริ่มจำกัดและนักลงทุนจะกลับมาให้น้ำหนักกับผลประกอบการ
วันนี้จะมีการประกาศของ AOT คาดการณ์ว่ากำไรปกติจะลดลง 20%YoY หากลดลงมากกว่าคาดการณ์จะเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นรวมถึง Sentiment ตลาด
โดย วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1400-1420 เชื่อว่าความร้อนแรงจะชะลอลงและหันมาพิจารณาที่ผลประกอบการ จากนี้หากการประกาศผลประกอบการไม่ได้ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสที่ SET จะเดินหน้าต่ออาจเริ่มจำกัดประกอบกับได้ Price In ปัจจัยการเมืองไปแล้ว
เชิงกลยุทธ์การลงทุน จึงแนะทยอยทำกำไรในส่วนที่ Trading จากด้านล่างขึ้นมา แต่หากจะลงทุนระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย อาทิ นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) ท่องเที่ยว (MINT) ค้าปลีก (CPALL CRC HMPRO) สายการบิน (AAV)





