ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" เปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ 11 ก.พ.69 เปิดปรับตัวขึ้น 3.29 จุด หรือ 0.23% อยู่ที่ 1,413.73 จุด มูลค่าซื้อขาย รวมทั้งสิ้น 4,574.06 ล้านบาท
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นเดือนเดินหน้าปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ดัชนี SET พุ่งขึ้นแล้วกว่า 6.6% รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสุทธิกว่า 30,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะสั้นตลาดอาจมีแรงพักฐานจากการเปิดช่องว่างราคา (Gap) หลายจุด แต่ภาพรวมยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความคาดหวังการรีบาลานซ์น้ำหนักลงทุนของ MSCI และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีโอกาสฟื้นตัวในไตรมาส 4/68
"ในเชิงเทคนิคดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงจนเกิด Gap ถึง 3 จุดภายในเดือนเดียว ซึ่งอาจนำไปสู่การย่อตัวในระยะสั้น โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,400 จุด และแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,380 จุด ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,415 จุด คาดว่าตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideway ก่อนเดินหน้าต่อจากแรงหนุนของเม็ดเงินลงทุน"
นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน คือความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตลาดของภูมิภาคที่ให้ผลตอบแทนเกิน 10% ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ทำให้เกิดความคาดหวังว่า MSCI อาจเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยในการทบทวนรอบถัดไป ซึ่งจะเป็นแรงส่งต่อกระแสเงินทุนต่างชาติในระยะต่อไป
สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจ นักลงทุนควรจับตาการรายงานตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 4/68 หลังไตรมาส 3/68 หดตัวก่อนหน้า โดยประเมินว่า เศรษฐกิจมีโอกาสฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคนละครึ่งพลัส ช่วยลดความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น
กลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น แนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเข้าคำนวณในดัชนี MSCI เพื่อรับแรงหนุนจากกระแสเงินทุน ได้แก่ CRC และ IVL





