ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 10 ก.พ.2569 เวลา 10.00 น.หุ้น STECON หรือ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วง 1.05% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 9.40 บาท ขณะที่ STPI หรือ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) ร่วง 1.26% ร่วง 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.72 บาท และ PTG ร่วง 1.20% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 8.25 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอนุทิน ชาญวีรกูล เผชิญแรงขายในวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นแรงกว่าตลาด โดยมองว่าเป็นเพียงแรงขายทำกำไร หรือ Take Profit หลังตลาดรับข่าวเสถียรภาพรัฐบาลไปแล้ว
สำหรับหุ้น STECON กรณีข่าวโครงหลังคาอาคารลานฝึกสายอากาศในโครงการ MEA Training Center จ.สมุทรปราการ มูลค่าโครงการ 1,185 ล้านบาท ยุบตัวเมื่อ 9 ก.พ.69 หลังเกิดพายุหมุน และลมกระโชกแรง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยทั้งหมดอาการปลอดภัย ซึ่งบริษัทระบุอาคารที่เสียหายมีมูลค่าโครงสร้างราว 15 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่ กฟน. ไม่กระทบชุมชน พร้อมให้ความร่วมมือหน่วยงานตรวจสอบสาเหตุ และยืนยันมีประกันภัยรองรับ เตรียมรื้อถอนและก่อสร้างใหม่เพื่อให้โครงการเสร็จตามแผน โดยประเมินว่ามีน้ำหนักต่อราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด เมื่อเทียบกับปัจจัยการเมืองที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทั้งนี้ มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มก่อสร้าง หากรัฐบาลมีเสถียรภาพและอยู่ครบวาระ จะช่วยเร่งการอนุมัติโครงการที่ล่าช้าและโครงการใหม่
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำไม่ไล่ราคา แต่รอจังหวะย่อตัว 5–10% เพื่อเข้าสะสม โดย STECON มีโซนน่าสนใจบริเวณ 8 บาท ถึง 9 บาท ขณะที่ PTG ได้อานิสงส์จากแนวโน้มปรับโครงสร้างเงินเฟ้อและการผ่อนคลายเกณฑ์คุมค่าการตลาดน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังแนะนำจับตาหุ้นบลูชิพที่ราคายังขึ้นไม่มาก เช่น BCPG ซึ่งคาดว่าจะคลายความกังวลเดิมหลังมีความชัดเจนทางการเมือง รวมถึง BCH, HMPRO, CBG และ IVL
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





