วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

เสถียรภาพการเมืองดัน ‘หุ้นไทย’  ‘วอลุ่ม’ ทะลุ 1.02 แสนล้าน 

เสถียรภาพการเมืองดัน ‘หุ้นไทย’  ‘วอลุ่ม’ ทะลุ 1.02 แสนล้าน 

ความเคลื่อนไหว “หุ้นไทย” วานนี้ (9 ก.พ.69) ปิดตลาด 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น 46.88 จุด หรือ 3.46% มูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 102,112.04 ล้านบาท หรือวอลุ่มระดับแสนล้านในรอบ 1  ปี 5 เดือน (6 ก.ย.2567) ระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุด 1,407.74 จุด เพิ่มขึ้น 53.73 จุด และต่ำสุดที่ 1,384.61 จุด ปรับตัวขึ้นรุนแรงทันที ที่เปิดตลาดขานรับผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า “พรรคภูมิใจไทย” มีโอกาสสูงที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ความกังวลเรื่องสุญญากาศทางการเมืองหายไป

สะท้อนตัวเลขนักลงทุน “ซื้อสุทธิหุ้นไทย” โดยนักลงทุนสถาบัน +6,220.49 ล้านบาท นักลงทุนบัญชี บล. +1,557.28 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ +16,535.11 ล้านบาท แต่นักลงทุนในประเทศ (รายย่อย) ขายสุทธิ -24,312.88 ล้านบาท

เสถียรภาพการเมืองดัน ‘หุ้นไทย’  ‘วอลุ่ม’ ทะลุ 1.02 แสนล้าน 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า หลังผลการเลือกตั้ง สส. มองโครงสร้างรัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นโดย “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำ คาดว่าจะสร้างสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น และระยะยาว และมีความต่อเนื่องจากการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยมีนโยบายมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ลดค่าครองชีพ และพยุงกำลังซื้อที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม 

ดังนั้น ส่งผล “เชิงบวก” ต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในหลายภาคส่วน ควบคู่กับการเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน เช่น โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) การผลักดันให้เกิดบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายตลาดทุนไทยให้มีความทันสมัย และบังคับใช้รวดเร็วขึ้นจะยิ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่น และสนับสนุนการเติบโตของตลาดทุนไทยในระยะยาว 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า วานนี้หุ้นไทยสร้าง “เซอร์ไพรส์” พุ่งแรงเกินกว่าที่คาด หลังจบการเลือกตั้งขานรับชัยชนะแบบ “แลนด์สไลด์” ของ “พรรคภูมิใจไทย” แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ทำตลาดมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความเสถียรภาพ ส่งผลให้มี “กระแสเงินทุน” (Fund Flow) มีโอกาสไหลกลับเข้ามาในหุ้นไทยต่อเนื่อง 

แต่ยังคงยืนเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,440 จุด เช่นเดิม แม้จะมีการขยับฐานแนวรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,375 จุด จากเดิม 1,350 จุด อาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้น เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว นักลงทุนจึงควรใช้ความระมัดระวังแต่ยังไม่ต้องกังวลรุนแรง

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังมีปัจจัยต้องติดตามทั้งภายใน และนอกประเทศส่งผลต่อหุ้นไทย ซึ่งปัจจัยภายในติดตามกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล นโยบายทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงกรณีของสมาชิกพรรคการเมือง 44 ท่าน ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดไม่มากนัก ส่วนต่างประเทศให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในประเทศอิหร่านเป็นหลัก

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า หุ้นไทยวานนี้ปรับตัวขึ้นแรง 3.3% หลังผลการเลือกตั้งนำโดยพรรคภูมิใจไทยด้วยคะแนนเสียงที่สูงกว่าตลาดคาดมาก แสดงถึงเสถียรภาพทางการเมือง และความเสี่ยงจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าที่ลดลง คาดจะหนุนให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง จากต้นปี ไหลเข้า 1.4 หมื่นล้านบาท (ณ 6 ก.พ.2569) 

ดังนั้น หากอิงสถิติในอดีต หลังจากเลือกตั้ง 10 ครั้งหลังสุด หุ้นไทยขึ้นราว 1.5% และช่วงที่รัฐบาลได้เสียงข้างมากสูงอาจบวกราว 4.8% ช่วง 1 เดือน ประเมินว่า อาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมา โดยแนวโน้มตลาดหุ้นหลังจากนี้ ประเมินยัง Sideway Up ในกรอบ 1,380-1,440 จุด ช่วงรอดูคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนโยบาย จากนั้นปรับตัวขึ้นต่อ มองดัชนีปลายปีนี้อยู่ที่ 1,440 จุด และ 1,500 จุด กรณีดีที่สุด

นายรัฐศักดิ์ พิริยะอนนท์  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นบวกสำหรับผลเลือกตั้งของไทย พิจารณาจากผลการนับคะแนนล่าสุดพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเสียงนำมาเป็นอันดับ 1 (ได้ 193 ที่นั่ง) และพรรคกล้าธรรมอยู่อันดับ 4 (ได้ 58 ที่นั่ง) ซึ่งขั้วพันธมิตรเดิมนี้มีจำนวน สส. รวมกัน 2 พรรคเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแม้เสียง สส. รวมกันจะมากกว่ากึ่งหนึ่งไม่มาก แต่เชื่อว่าจากการที่ทั้ง 2 พรรคเป็นพันธมิตรทางการเมือง มีความสัมพันธ์กันมานาน เคยร่วมกันทำงานมาในหลายรัฐบาล มองว่าสามารถคุม สส. ในพรรคอยู่ไม่มีการแตกแถว 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเรามองทิศทาง SET Index บวกได้ต่อ โดยช่วงสั้นอาจมีการแกว่งตัวในกรอบ 1,375-1,430 จุด หลังปรับตัวขึ้นมาแรง แต่มอง Runway ของการปรับตัวขึ้นอาจไปได้อีกจากพัฒนาการเชิงบวกของประเด็นเรื่องการเมือง และนโยบายซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดีกว่าเดิมคาด 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์