เกษม พันธ์รัตนมาลา ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า ภูมิใจไทย ได้จำนวนส.ส. มากกว่าที่เราคาดการณ์ จึงสามารถเข้ากุมบังเหียนกระทรวงสำคัญได้มากขึ้น โดยเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย มีโอกาสสูงที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้
ขณะที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องตรวจสอบคะแนนและรับรองผลอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เม.ย.2569 จากนั้น จึงจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วันหรือภายในวันที่ 24 เม.ย.2569 ดังนั้น รัฐสภาน่าจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ประมาณปลายเดือนเม.ย.2569
คาดว่าตลาดจะตอบสนองเชิงบวก
พรรคภูมิใจไทย ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงคาดว่าตลาดน่าจะตอบสนองในเชิงบวกเพราะคาดหวังกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และการสานต่อนโยบาย ขณะที่เราแนะนำให้นักลงทุนย้ายการลงทุนจากหุ้นและกลุ่มปลอดภัย (defensive) ที่ outperform ตลาดแล้ว อย่างเช่นกลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร มายังกลุ่มที่ยังคงเป็น laggard อย่างเช่นกลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินชื่อเพื่อผู้บริโภคและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
ภาพการเมืองที่ชัดเจนขึ้นอาจดึงดดู เม็ดเงินต่างชาติเข้ามามากขึ้น
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 4.47 แสนล้านบาทในปี 2566-2568 แต่ทิศทางเริ่มเปลี่ยนมาเป็นบวกเล็กน้อย โดยมีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท YTD
ดังนั้น ดัชนี SET จึงปรับตัวลง 19% นับจากสิ้นปี 2565 ซึ่ง underperform คู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญและปัจจุบัน ซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 15x หรือ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี จึงมองว่าการประเมินมูลค่าในขณะนี้น่าสนใจ อีกทั้งภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นน่าจะดึงดูดให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย
ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2569 เป็น 1,480 จุด
ทั้งนี้ เชื่อว่าด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น รัฐบาลใหม่จะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เราจึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET จากเดิม 1,400 จุด (P/E 15x FY27, -0.75SD) เป็น 1,480 จุด หรือเท่ากับ P/E 15.6x ในปี FY27 (-0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยมองว่าการมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นและสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม มุมมองของเราจะมี downside risk หากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอีกและเศรษฐกิจประเทศอ่อนตัวกว่าคาด ขณะที่รายชื่อหุ้น Top pick ของเราประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW,GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR, และ WHA





