วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์' ดัน Election Rally หนุนหุ้นไทยวิ่งต่อ

'ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์' ดัน Election Rally หนุนหุ้นไทยวิ่งต่อ

บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภายหลังการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2569 (อย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งนับไปแล้วกว่า 92.83% เผยให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทย ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนเสียงที่ทิ้งห่างคู่แข่งแบบ "แลนด์สไลด์" กว่า194 ที่นั่ง (แบ่งเป็นเขต 175 และบัญชีรายชื่อ 19) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 123 ที่นั่ง อันดับ 2 คือ พรรคประชาชน (เดิมก้าวไกล) ได้รับ 116 ที่นั่ง (ลดลง 35 ที่นั่ง) อันดับ 3 คือ พรรคเพื่อไทย ตกมาอยู่อันดับ 3 ได้เพียง 76 ที่นั่ง เป็นต้น

ซึ่งสมการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย พบว่าไม่ว่าจะจับมือกับขั้วใด รัฐบาลใหม่จะมีเสถียรภาพสูงมาก เช่น จับมือเพื่อไทย รวมกันได้ 270+ ที่นั่ง หรือ จับมือพรรคประชาชน รวมกันได้สูงถึง 327+ ที่นั่ง ซึ่งต้องติดตามว่าทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นแบบที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

ส่วนนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ใช้ในการประกาศโฆษณาผ่าน กกต. พ.ศ. 2568 มีมูลค่าสูงถึง 1.48 แสนล้านบาท โดยมีนโยบายเรือธงที่ต้องจับตา ดังนี้

• ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท (63,360 ล้านบาท) : นโยบายที่ใช้งบประมาณสูงสุด มุ่งเป้าลดภาระค่าครองชีพโดยตรง ให้สิทธิ 200 หน่วยแรก ซึ่งเป็นนโยบายที่ส่งผลภาคประชาชนในวงกว้าง

• คนละครึ่ง พลัส (44,000 ล้านบาท) : การปัดฝุ่น และต่อยอดโครงการยอดฮิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ

• ทหารอาสา (22,700 ล้านบาท) : การปฏิรูปกองทัพโดยใช้งบประมาณจูงใจแทนการเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน

• พยาบาลอาสาดูแลผู้สูงวัย (13,500 ล้านบาท) : รองรับสังคมสูงวัย (AGING SOCIETY) อย่างเต็มรูปแบบ

• มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท (3,200 ล้านบาท) : สนับสนุนพลังงานสะอาด และช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยใช้กลไกร่วมทุน (PPP) และกองทุนพลังงานฯ เข้ามาช่วยซัพพอร์ตงบประมาณรัฐ

ซึ่งความท้าทายของรัฐบาลใหม่คือ ภาระงบประมาณ: จากยอดรวม 148,326 ล้านบาท พบว่าต้องใช้ งบประมาณแผ่นดิน โดยตรงถึง 145,126 ล้านบาท (คิดเป็น 97.8% ของวงเงินนโยบาย) รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของภูมิใจไทยจะต้องบริหารจัดการรายรับของประเทศให้เพียงพอ โดยไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะจนเกินเพดาน 70%

หวังหุ้นไทย ได้ ELECTOIN RALLY ต่อ

  • ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเดินหน้าต่อ (POST-ELECTION RALLY) : หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ RISK PREMIUM ของตลาดปรับลด นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศกล้ากลับเข้าลงทุนมากขึ้น
  • เสถียรภาพ + ความต่อเนื่องของนโยบาย : ตลาดให้น้ำหนักกับรัฐบาลที่เดินหน้าได้เร็ว โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (คนละครึ่งพลัส) มาตรการดูแลค่าครองชีพ (ค่าไฟหน่วยละ 3 บาท ใน 200 หน่วยแรก) การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ ซึ่งช่วยหนุนทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียน และ SENTIMENT ตลาด
  • สถิติในอดีตหนุน UPSIDE ระยะสั้น : ในอดีต SET INDEX มักปรับขึ้นเฉลี่ยราว +2.5% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง สะท้อนแรงเก็งกำไรเชิงบวก และการ RE-RISKING ของนักลงทุน
  • ค่าเงินบาทแข็งค่า : เช้านี้ค่าเงินบาทแข็งค่าประมาณ +0.3% สะท้อนแรงซื้อสุทธิฝั่งต่างชาติ มีโอกาสเห็น FUND FLOW ทยอยไหลเข้าตลาดหุ้น และตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ สภาพคล่องสูง

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีกระแสอื่นๆ ผลักดัน คือ MSCI อาจไม่ลดน้ำหนักหุ้นไทยในรอบนี้เหมือนรอบอื่นๆ เพราะตลาดหุ้นไทยเริ่ม OUTPERFORM ได้ดี อีกทั้งใกล้ช่วงตรุษจีน + มีกระแส BANGKOK CITY

กลยุทธ์แนะนำ หุ้นเด่น รับนโยบายหลังเลือกตั้ง, FUND FLOW ไหลเข้า, รับนักท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีน แนะนำ BDMS, PR9,STECON, CPALL, CPAXT, BJC, CENTEL, ERW, TIDLOR, MTC, GULF

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์