บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ช่วงสั้นมอง SET จะตอบสนองเชิงบวก (Bullish) และมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1400 จุด หลังผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการพบว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งทำให้มีโอกาสสูงที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยคาดกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้เร็วและมีความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย
ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 4/68 ของหุ้น Real Sectors, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงาน, ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ทั้งนี้ มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1400 จุด หลังมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น ขณะที่การประกาศงบไตรมาส 4/68 ของ บจ. ไทยและนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศยังเป็นปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น
1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ
2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ
1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW)
2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA
3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ
4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 4Q68 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT
นอกจากนี้ หุ้น Daily Top Picks ได้แก่ KTB ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลสูงที่น่าสนใจ คาดมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราจ่ายปันผลมากที่สุด และมี Upside Risk จากการพิจารณาซื้อหุ้นคืน ขณะที่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำเทียบกับกลุ่ม มี Upside จากการจัดตั้ง JVAMC ขณะที่ Valuation น่าสนใจ PE 2569F ที่ 8.9 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท
และ GULF ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นผลการเลือกตั้งที่ชัดเจน คาดรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ และจะได้รับเงินปันผลพิเศษจาก ADVANC แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเติบโต จากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่งช่วยหนุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 52.00 บาท





