หุ้นไทยวันนี้ 9 ก.พ.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 1,206 จุด (+2.5%) รับแรงหนุนจากหุ้น NVIDIA (+7.9%) นักลงทุนมองว่าการใช้จ่ายมหาศาลของ Tech NVIDIA จะได้ประโยชน์ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.7% พลิกฟื้นจากการปรับลงในวันก่อนหน้า
คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐ ประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ถ้อยแถลงภายในระบุว่า กลุ่มที่ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากได้แก่ กลุ่มที่มีพอร์ตการลงทุนในหุ้นแต่หากพิจารณาที่ประชาชนที่ไม่มีพอร์ตการลงทุนพบว่าความเชื่อมั่นค่อนข้างย่ำแย่ โดยถูกกดดันจากราคาสินค้าที่สูงรวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะตกงาน สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐ และการ Disrupt จาก Technology
แต่อย่างไรก็ตาม กับตลาดหุ้นสหรัฐ ดูจะไม่ได้สนใจปัจจัยข้างต้นมากนัก นักลงทุนส่วนมากไปให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ อย่าง Big Tech (Amazon Alphabet Microsoft) ที่เผยถึงงบลงทุน (Capex) มากถึง 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บางส่วนก็กังวลกับเงินมหาศาลขนาดนี้จะทำกำไรกลับมาได้หรือไม่ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกจะลดความเสี่ยงลงแต่จะดีกับผู้ให้บริการต้นน้ำ และกลางน้ำอย่าง TSMC NVIDIA ราคาหุ้น NVIDIA จึงบวกแข็งแกร่งในวันศุกร์
สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนจะให้น้ำหนักกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และเรื่องการเมืองไทยสถิติหลังการเลือกตั้งพบว่า ตลาดหุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรกด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% นำมาโดยกลุ่มค้าปลีกที่ผลตอบแทนโดดเด่น (+เฉลี่ย 3-4%) ใน 1 สัปดาห์แรก
ข้อมูลล่าสุดในเช้านี้พบว่า พรรคภูมิใจไทย ครองเสียง สส. ด้วยจำนวน 194 เสียง พรรคประชาชน 116 เสียง พรรคเพื่อไทย 76 เสียง พรรคกล้าธรรม 57 เสียง ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยมี อนุทิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นเดิม และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพค่อนข้างมาก
ตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากปัจจัยนี้ ภายใต้นโยบายภูมิใจไทยที่ค่อนข้างเด่นมากที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นได้แก่ (คนละครึ่งพลัส) มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) และกลุ่มอื่นๆ อย่างรับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มเครื่องดื่ม และการเงิน (MTC SAWAD CBG ICHI) หลังจากนี้รอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน
วันนี้ประเมิน SET INDEX มีโอกาสปรับขึ้นในกรอบ 1,350–1,380 รับเสถียรภาพรัฐบาลที่ชัดเจนลดความวุ่นวายทางการเมือง และคาดหวังถึงนโยบายกระตุ้นในช่วงถัดไป
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แม้การเมืองจะเป็นบวกแต่ก็ต้องยอมรับว่า SET INDEX ปรับขึ้นมา 8.8% จากจุดต่ำสุดเดิมก็ถือว่า Price In ปัจจัยเลือกตั้งไปพอสมควรแล้วแต่ยังคาดหวัง Upside ได้อีกเล็กน้อยจากความมั่นคงรัฐบาล เน้น Trading ในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) รับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) เครื่องดื่ม (ICHI)
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





