วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โลกป่วน ‘คนไข้ต่างชาติ’ ชะลอ จับตา ‘ตะวันออกกลาง’ ระอุ สะเทือนภาพใหญ่ ‘ผู้ป่วย’ เข้าไทยลด

โลกป่วน ‘คนไข้ต่างชาติ’ ชะลอ จับตา ‘ตะวันออกกลาง’ ระอุ สะเทือนภาพใหญ่ ‘ผู้ป่วย’ เข้าไทยลด

“กลุ่มโรงพยาบาล” ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่ม Defensive ที่นักลงทุนให้ “ความสนใจ” ท่ามกลางภาวะ “เศรษฐกิจ” และ “ตลาดทุน” ที่ผันผวนรุนแรง ดังนั้น ในปี 2569 กลุ่มโรงพยาบาลแนวโน้มการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ และคนไข้ต่างชาติที่กลับมารักษาในไทยล่าช้า รวมถึงความไม่แน่นอนของ “สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์” 

โลกป่วน ‘คนไข้ต่างชาติ’ ชะลอ จับตา ‘ตะวันออกกลาง’ ระอุ สะเทือนภาพใหญ่ ‘ผู้ป่วย’ เข้าไทยลด ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า จากปัญหาความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ส่งผลให้ภาพรวมใน “อุตสาหกรรมโรงพยาบาล” ได้รับผลกระทบเนื่องจาก “คนไข้ต่างชาติ” ชะลอการเดินทางมารักษาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ในส่วนของ BCH ลูกค้าต่างชาติหลักๆ ยังเชื่อมั่นทั้งจากซาอุดีอาระเบีย, คูเวต และกาตาร์ และกลุ่มลูกค้าในแถบ CLMV ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แนวโน้มผลการดำเนินงานของ BCH ในปี 2569 คาดสามารถเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน หลังพบภาพรวมธุรกิจในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา มีรายได้เติบโต18% ซึ่งถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา อย่างเห็นได้ชัด สวนกระแสความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง

ดังนั้น วางกลยุทธ์การเติบโตในปีนี้ จาก 2 ส่วนหลักคือ 1.การขยายโรงพยาบาลใหม่ จากอานิสงส์จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก 2.การปรับโฉมโรงพยาบาล สาขาในไทย ทำให้พร้อมรองรับผู้ป่วย และในส่วนคาดการณ์การเติบโตในระดับ “ตัวเลขสองหลัก” และเดินหน้าขยายฐานสิทธิประกันสังคม ในเครือโรงพยาบาลมุ่งเน้นการบริหารจัดการสิทธิประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้สอดคล้องกับกิจกรรมการรักษาที่เพิ่มขึ้น โดยมั่นใจงบประมาณการจ่ายของรัฐที่ยังคงเสถียรภาพ  

นอกจากนี้ รุกตลาดศูนย์การแพทย์ (Medical Hub) ที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว ล่าสุด ได้เดินทางไป สปป.ลาว เพื่อเปิดตัวบริการทางการแพทย์ระดับสูง ได้แก่ ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต ซึ่งได้รับอนุมัติจากรัฐบาลลาวแล้ว และศูนย์มะเร็งเต้านม รวมถึงการขยายบริการด้านศัลยกรรมตกแต่งอีกกว่า 5 ศูนย์

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมกลุ่มโรงพยาบาลปีนี้ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีก่อน แต่การขยายตัวโดยรวมต่ำกว่าที่เคยคาดไว้เดิม โดยปัจจัยกดดันมาจากการกลับมาของคนไข้ต่างชาติที่ช้ากว่าคาด ขณะที่หลายโรงพยาบาลเผชิญต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ปริมาณคนไข้จะปรับตัวดีขึ้นบ้าง แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่จำกัด 

ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามกลุ่มคนไข้จากคูเวต ตลาดคาดจะกลับมาใช้บริการมากขึ้นในระยะถัดไป และจะเป็นปัจจัยบวกต่อโรงพยาบาลที่เน้นฐานลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ส่วน Co Pay และประกันสังคมมีผลกระทบต่อผลประกอบการค่อนข้างจำกัด และไม่มีนัยสำคัญมากนัก

สำหรับ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ตัวเลขการท่องเที่ยว หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อาจกระทบต่อจำนวนคนไข้ต่างชาติ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อการเดินทางของคนไข้จากภูมิภาคอาหรับ

นายถกล บรรจงรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการหุ้นโรงพยาบาลไตรมาส 4 ปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ไม่สูงนัก ปัจจัยหลักจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ผู้ป่วยในประเทศชะลอ แม้จะยังได้แรงพยุงจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติอยู่บ้าง

หากมองไปข้างหน้าในปีนี้กลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มกลับมาเติบโตดีขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของลูกค้าต่างชาติ ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ และอัตรากำไรในภาพรวม นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลยังเป็นหุ้นในกลุ่ม Defensive ที่สามารถเติบโตอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการ และทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลปี 2569 มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนตามลักษณะธุรกิจ และฐานรายได้ โดยได้แบ่งกลุ่มโรงพยาบาลออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

สำหรับโรงพยาบาลในกลุ่มประกันสังคม ราคาหุ้นของ BCH ที่ปรับตัวลดลงแรงในช่วงก่อนหน้า ได้สะท้อนปัจจัยลบไปค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ Valuation ปัจจุบันอยู่ในจุดที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการดำเนินงานในระยะยาว จึงมองว่า BCH เป็นหุ้นที่สามารถ ทยอยสะสมได้ สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนระยะสั้นได้

ส่วนกลุ่มระดับบน BH ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องระบบชำระเงิน ส่งผลให้ Valuation อยู่ในระดับต่ำใกล้ช่วงโควิด-19 มองเป็นโอกาสเข้าลงทุนจากศักยภาพผู้ป่วยต่างชาติที่ยังแข็งแกร่ง และกลุ่มเครือข่ายขนาดใหญ่ BDMS คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อช่วงกลางปี เพื่อรับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว และการรักษาพยาบาลในครึ่งปีหลัง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์