วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

“ttb” แนะส่งออกจีนใช้ ‘หยวน’แทนดอลลาร์ ลดเสี่ยงค่าเงินผันผวน

“ttb” แนะส่งออกจีนใช้ ‘หยวน’แทนดอลลาร์ ลดเสี่ยงค่าเงินผันผวน

“ทีทีบี”  เผยเศรษฐกิจโลกปี 2569 มี “จีนเป็นเครื่องยนต์หลัก” จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจเน้นการบริโภคภายในประเทศ ด้าน“ธุรกิจส่งออกไทยจ่อรับอานิสงส์” มองตลาดจีนมีศักยภาพในการเติบโต แนะผู้ส่งออกหันมา “ใช้หยวนแทนดอลลาร์” ลดความเสี่ยงค่าเงิน พร้อมเสนอช่องทางอำนวยความสะดวก "โอนหยวนเต็มจำนวน” หนุนธุรกิจการค้า-เอสเอ็มอี

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เปิดเผยว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ 2.4% โดยมีจีนเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลัก โดยคาดว่าจีดีพีของจีนจะเติบโตได้ถึง 4.5% สวนทางเศรษฐกิจสหรัฐที่ภาคการจ้างงานเริ่มมีปัญหา และมีความเสี่ยงสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

ในอดีตพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนมาจากการเน้นปริมาณการผลิตให้ได้จำนวนมาก แต่จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปีที่ออกมากลับชี้ให้เห็นถึงถึงทิศทางที่เปลี่ยนไปและเน้นคุณภาพของสินค้ามากขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจจีนคือภาคการส่งออก ที่ในปัจจุบันอาจใกล้จะถึงขีดจำกัดและมองว่าอาจเกินดุลต่อไปได้อีกไม่มาก การเปลี่ยนนโยบายมาเน้นบริโภคในประเทศมากขึ้นจะส่งผลดีต่อภาคค้าปลีกในประเทศจีน โดยหากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักสามารถปรับขึ้นได้ดี ภาคค้าปลีกจะได้ประโยชน์และผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง 

“ttb” แนะส่งออกจีนใช้ ‘หยวน’แทนดอลลาร์ ลดเสี่ยงค่าเงินผันผวน

สำหรับประเทศไทย แม้ปีที่ผ่านมาได้แรงหนุนจากการเร่งส่งออก แต่ปีนี้จะต้องเผชิญความท้าทายจากปัญหาด้านภาษี การแข่งขันกับประเทศเพื่อบ้าน และกฎด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มขึ้น ซึ่งอาจทำให้การส่งออกไทยปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลง 

ดังนั้น การพยายามหาเครื่องมือใหม่และตลาดใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยมองว่าตลาดจีนก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต หากภาคการส่งออกของไทยสามารถผลักดันให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้ จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่เอื้อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

นางบุษรัตน์ เบษจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจ ตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี กล่าวว่า จีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับสองของไทย ซึ่งในปีนี้คาดว่ามูลค่าการค้ากับจีนจะเติบโตได้ถึง 21% และจากฐานข้อมูลพบว่าลูกค้าของธนาคารส่วนใหญ่ที่เป็นเอสเอ็มอีมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 46.7% ของการนำเข้าทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคการส่งออกไทยต้องเผชิญในการค้าขายกับจีนคือเรื่องของค่าเงินดอลลาร์ที่ผันผวน โดยหลังเข้าสู่ปี 2569 ได้เพียงเดือนเดียว ค่าเงินดอลลาร์ก็เผชิญความผันผวนอย่างหนักถึง 9% และอาจผันผวนได้ถึง 1% ภายในวันเดียวจากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับประเทศต่าง ๆ

หากไม่เตรียมรับมือผู้ประกอบการชาวไทยจะต้องเผชิญปัญหาจากความเสี่ยงค่าเงินและประสบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไป เพราะฉะนั้น มองว่าควรแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนจากการซื้อขายด้วยดอลลาร์มาเป็นหยวน เนื่องจากในระยะเวลาเท่ากันเงินหยวนของจีนมีความผันผวนต่ำ อยู่ที่ราว 3% เท่านั้น เป็นการลดความเสี่ยงด้านต้นทุน และเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ

ttb เห็นว่าควรยกระดับความสามารถในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการไทยทั้งนำเข้าและส่งออก ให้สามารถบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน บริหารต้นทุน และสนับสนุนการค้าระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ผ่านการเพิ่มโซลูชั่น “โอนหยวนเต็มจำนวน”

“ttb” แนะส่งออกจีนใช้ ‘หยวน’แทนดอลลาร์ ลดเสี่ยงค่าเงินผันผวน

ช่องทางดังกล่าว จะเข้ามาช่วยให้การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินหยวนผ่าน ttb business one สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะจะไม่มีการหักค่าธรรมเนียมปลายทางซึ่งปกติอยู่ที่ราว 1200 บาท แต่จะเปลี่ยนมาคิดค่าธรรมเนียมต้นทางครั้งเดียวที่ 300 บาทต่อรายการ แบบไม่ลิมิตจำนวนเงินในการโอน ทำให้ผู้รับเงินปลายทางได้รับเงินเต็มจำนวนโดยไม่ต้องมีการเผื่อค่าธรรมเนียมเวลาโอน โดยบริการนี้จะเปิดให้ใช้ในส่วนของนิติบุคคลก่อน ส่วนบุคคลธรรมดาคาดจะมีการเปิดให้ใช้ในช่วงเดือน เม.ย.69 ผ่าน ttb touch 

 “ในยุคที่การค้าระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยง และช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือที่ไม่ซับซ้อน คือปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน ซึ่งทีทีบีพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”  นางสาวบุษรัตน์กล่าว

แม้ว่าในปัจจุบัน จะยังเป็นการให้บริการในส่วนของการโอนจากบัญชีของ ttb ไปให้กับผู้รับโอนในประเทศจีนแค่ทางเดียว แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีการทำข้อตกลงให้ผู้โอนสามารถโอนมาจากจีนโดยมี ttb เป็นฝ่ายรับโอนได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ค่าธรรมเนียมในการโอนถูกลง ถือเป็นก้าวต่อไปของ ttb