ADVANC แจงบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลพิเศษ 19 บาทต่อหุ้น สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ชู “จุดแข็ง” กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และการบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีเต็มตัวด้วยการลงทุนใน Virtual Bank และ AI เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นางสาวสมฤทัย ตัณฑกิตติ หัวหน้าแผนกงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลปกติในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น และที่สำคัญคือ การอนุมัติจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมในอัตรา 19 บาทต่อหุ้น ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบการบริหารเงินทุนที่มีวินัย โดยพิจารณาแล้วว่าบริษัทมีกระแสเงินสดที่เพียงพอหลังหักงบลงทุนที่จำเป็นในอนาคต
“เปรียบเทียบเราเป็น "เจ้าของร้านที่บริหารเงินเก่ง" คือ จะไม่เก็บเงินสดไว้เฉยๆ ให้เสียเปล่า แต่จะนำไปลงทุนเพื่อขยายกิจการให้เต็มที่ และหากมีเงินเหลือที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้นก็จะส่งคืนให้ผู้ถือหุ้น”
โดยความแข็งแกร่งทางการเงิน และงบลงทุน ปัจจุบัน เอไอเอส มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงถึงปีละประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยวางงบลงทุนระยะกลางไว้ที่ปีละ 50,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ และงบลงทุนทั่วไป ทำให้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดอิสระเหลือเฟือสำหรับการบริหารจัดการอื่นๆ
“ดังนั้น การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการที่บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) เพียงพอ หลังหักงบลงทุนที่จำเป็นแล้ว”
สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 30,000 - 35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงข่ายรองรับปริมาณการใช้ดาต้าของลูกค้าที่พุ่งสูงถึง 34 GB ต่อคนต่อเดือน รวมถึงการทำ IT Modernization เพื่อปรับปรุงระบบที่มีการใช้งานมานานกว่า 35 ปี ให้มีความทันสมัย และเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น,
รวมทั้งรุกคืบ Virtual Bank และเทคโนโลยีแห่งอนาคต หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจ Virtual Bank โดยเอไอเอสถือหุ้นในสัดส่วน 39% คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 2,000 ล้านบาทในปีนี้ และมีแผนลงทุนต่อเนื่องอีก 2,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้าตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับใช้ในองค์กร ทั้งในส่วนของงานบริการลูกค้า (Call Center) และการบริหารจัดการโครงข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนในระยะยาว
สำหรับ เป้าหมายการเติบโตปี 2567 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้บริการหลัก (Core Service Revenue) ไว้ที่ 3-5% และ EBITDA เติบโต 2-4%, แม้จะมีความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจ แต่บริษัทยังคงมั่นใจในโมเมนตัมการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Enterprise) ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double Digit), ขณะที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากอัตราการเข้าถึงที่ปัจจุบันอยู่ที่ 46% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60-70% ได้ในอนาคต,
“เป้าหมายของ AIS คือ การใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และส่งมอบมูลค่าคืนสู่ผู้ถือหุ้น เราเปรียบเสมือนเจ้าของร้านที่บริหารเงินเก่ง จะไม่เก็บเงินสดไว้เฉยๆ แต่จะนำไปลงทุนเพื่อขยายกิจการ และคืนกำไรในเวลาที่เหมาะสม โดยยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade ไว้อย่างเคร่งครัด”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





