background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ADVANC ทุ่มปันผลคืนผู้ถือหุ้นปี 68 รวม 34.3 บาททั้งจ่ายปกติและมติเพิ่มพิเศษอีก 19 บาทหลังกำไรโต 37%

ADVANC ทุ่มปันผลคืนผู้ถือหุ้นปี 68 รวม 34.3 บาททั้งจ่ายปกติและมติเพิ่มพิเศษอีก 19 บาทหลังกำไรโต 37%

เจ้าสัว ADVANC ควักปันผลปี 68 แตะ 34.30 บาทต่อหุ้น จ่ายปกติทั้งปี 15.3 บาท จากครึ่งปีหลังจ่ายปันผลที่ 8.41 บาท และปันผลพิเศษอีก 19 บาท เตรียมขึ้น XD 27 ก.พ. 69 หลังกำไร 4.7 หมื่นล้านบาท โต 37 % จากปีก่อน

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 226,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% เทียบกับปีก่อน จากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก รวมถึงรายได้จากการขาย อย่างไรก็ตามการ เติบโตดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากรายได้จากการเป็นพันธมิตรกับ NT ที่ลดลง ภายหลังสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100MHz กับ NT

โดยมีกำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เทียบกับปีก่อน สูงกว่าประมาณการที่บริษัทได้ให้ไว้ เป็นผลจากการเติบโตของ รายได้ที่มุ่งเน้นคุณภาพ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% ขยายตัวจาก 53.1% ในปี 2567  มีกำไรสุทธิที่ 47,886 ล้านบาท เติบโต 37% เทียบกับปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

และมีกำไรปกติ (Normalized profit) อยู่ที่ 46,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบกับปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.2% (อัตรากำไรปกติ 20.3%) เพิ่มขึ้นจาก 16.4% ในปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากการมุ่งสร้าง ผลตอบแทนที่ยั่งยืนและประโยชน์จากรายการพิเศษเพียงครั้งเดียวทางภาษี

คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตรา 15.3 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 95% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลปกติของบริษัท

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษในอัตรา 19 บาทต่อหุ้น ในลักษณะการคืนเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นเป็นลักษณะเฉพาะครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการจัดสรรเงินทุนของบริษัทภายหลังจากพิจารณาความจำเป็นในการใช้เงินลงทุนในระยะใกล้แล้ว

lอันรวมถึงแผนการเติบโตในธุรกิจหลักต่างๆ อาทิ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บริการลูกค้าองค์กร และบริการดิจิทัล รวมถึงการลงทุนเพื่อความเป็นผู้นำด้านโครงข่ายและการวางรากฐานด้านดิจิทัลในอนาคต

ทั้งนี้ภายหลังการจ่ายเงินปันผลพิเศษ บริษัทจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมถึงคงระดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตในระดับที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถลงทุนได้ (Investmentgrade credit profile) การจ่ายเงินปันผลพิเศษดังกล่าวไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลง นโยบายการจ่ายเงินปันผลปกติของบริษัท

คาดการณ์รายได้จากบริการหลักเติบโตที่ระดับร้อยละ3 ถึง5 มุ่งเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพและประสบการณ์ของผ้ใูช้งาน ในปี 2569 คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณร้อยละ 3 ถึง 5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศไทย

โดยมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ เศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ความตึงเครียดทางการค้า และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตามเอไอเอสจะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ลูกค้า 

ประกอบกับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการใช้งานข้อมูลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทั้งกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคและลูกค้าองค์กรจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุน

การเติบโตของรายได้ซึ่งคาดว่าจะมาจากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวดีขึ้นของ ARPU และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ลูกค้า การเติบโตในกลุ่มลูกค้าผู้บริโภค (B2C) คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริการเชื่อมต่อข้อมูลที่เติบโต การใช้งำนข้อมูลที่สูงขึ้น และจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

เอไอเอสจะยังคงมุ่งเน้นยกระดับ ARPU ผ่านการนำเสนอแพ็กเกจที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล คอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬาระดับพรีเมียมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก รวมถึงการขยายบริการที่เหนือกว่าการเชื่อมต่อพื้นฐาน อาทิ สมาร์ทโฮมโซลูชัน การเชื่อมต่อ IoT บริการคลาวด์ที่ใช้AI สำหรับการใช้งานภายในบ้านและสำนักงานขนาดเล็ก

ตลอดจนคอนเทนต์พรีเมียมผ่านแพลตฟอร์ม AIS Playbox ซึ่งช่วยเสริมสร้างควำมผูกพันของลูกค้าและก่อให้เกิดการเติบโตของรายได้ในระยะยาว

การเติบโตในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) คาดว่าจะมาจากความต้องการที่เร่งตัวขึ้นของบริการเชื่อมต่อข้อมูลสำหรับลูกค้าองค์กร (EDS) บริการคลาวด์ และบริการศูนย์ข้อมูลทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ

โดยแนวโน้มดังกล่าวจะได้รับแรงสนับสนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานด้วยดิจิทัลของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวโน้มการใช้งาน 5G ในภาคธุรกิจ และการพัฒนานวัตกรรมด้านการเชื่อมต่อข้อมูล คลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมบทบาทของเอไอเอสในฐานะพันธมิตรหลัก

ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของลูกค้าองค์กร คาดการณ์กำไร EBITDA เติบโตประมาณร้อยละ2 ถึง 4 ตามการเติบโตของรายได้ขณะที่บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรีบการเติบโตในระยะยาว

ในปี 2569 การเติบโตของกำไร EBITDA จะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้และกำไรจำกการขายอุปกรณ์ ทั้งนี้ด้วยเป้าหมายในการรักษาการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เอไอเอสยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงข่ายและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล เพิ่มความสามารถในการขยายตัวของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ซึ่งอาจจำกัดการขยยตัวของอัตรากำไร EBITDA ในระยะสั้น

นอกจากนี้การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และโครงการอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์ม และกระจายที่มาของรายได้ในอนาคตนอกเหนือจากบริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ตามการลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลกดดันต่อ EBITDA ในระยะแรก โดย AIS คาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป

ตั้งเป้างบลงทุนระหว่าง 30,000 ถึง 35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำโครงข่าย สอดคล้องกับความต้องการการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นและสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั้งยืนในระยะกลาง

เงินลงทุนดังกล่าวจะสะท้อนการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการใช้งานข้อมูลและการตั้งเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายในระยะยาว โดยการเพิ่มขึ้นของงบลงทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนจะเป็นกำรลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มขึ้น

โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายขีดความสามารถและความครอบคลุมของโครงข่ายเพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งาน 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การยกระดับและปรับปรุงโครงข่ายคาดว่าจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเอไอเอสและลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของ ARPU ในระยะยาว ควบคู่กันนี้การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลัก (Core IT systems) รวมถึงการพัฒนำแอปพลิเคชัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความคล่องตัวในการให้บริการ และ ส่งเสริมความสามารถในการขยายตัวในระยะยาว

โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้แก่ลูกค้า สำหรับโครงสร้างการจัดสรรเงินลงทุนคาดว่าจะประกอบด้วย การลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณร้อยละ 55 ถึง 60 ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประมาณร้อยละ 20

ธุรกิจลูกค้าองค์กร ประมาณร้อยละ 10 และระบบ IT รวมถึงรายการอื่น ๆ ประมาณร้อยละ 15 ทั้งนี้เอไอเอสคาดว่างบลงทุนจะอยู่ที่ระดับประมาณ 15% ของรายได้รวมในระยะกลาง