หุ้นไทยวันนี้ 3 ก.พ.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันจันทร์ปิดบวก 515.19 จุด (+1.05%) จากปัจจัยบวกตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน ม.ค. พุ่งขึ้นที่ 52.6 สูงสุดนับตั้งแต่ มิ.ย. 2022 ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 4.36% หลังคลายกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
วานนี้ หุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นได้อานิสงส์จาก
(1) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือน ม.ค. พุ่งขึ้นที่ 52.6 สูงสุดนับตั้งแต่ มิ.ย. 2022 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.5 จากระดับ 47.9 ในเดือน ธ.ค. แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
(2) แรงบวกจากหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปและบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ
(3) คลายกังวลความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า อิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มบรรเทาลง
ขณะที่ค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้นสะท้อนภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวแข็งแกร่ง และข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อเควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด สืบต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบันที่จะครบวาระในเดือน พ.ค. นี้ โดยมองว่าในอดีต นายเควิน วอร์ช ให้ความสำคัญกับการป้องกันอัตราเงินเฟ้อรุนแรงมากกว่าการเน้นการจ้างงานสูงสุดในภาวะวิกฤต
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังผันผวนต่อเนื่อง หลังจากตลาดถูกกดดันจากที่ CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน (Margin Requirement) สำหรับการซื้อขายสัญญาโลหะมีค่า
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ธ.ค. พบว่าดีขึ้นจากเดือน พ.ย. ตามการส่งออกสินค้าที่ดีขึ้นจากกลุ่ม Tech และสินค้าเกษตร การบริโภคขยายตัวจากมาตรการภาครัฐและรถยนต์เร่งขึ้นก่อนมาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลงสอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์มองเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อการลงทุน (DELTA TISCO KKP)
คืนนี้ ไม่มีการรายงานตัวเลขสำคัญเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนนี้ การรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น AMD, Merck&Co (MRK), PepsiCo (PEP) และ Pfizer (PFE)
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1300 – 1340 ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในกรอบ หลังจากเช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคดีดตัวขึ้นแรงตามตลาดหุ้นในสหรัฐ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเลือก Selective Buy เพราะมองว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกหนุน ในระยะสั้นเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) กลุ่มท่องเที่ยว (AWC, CENTEL, ERW, MINT) รับเงินบาทที่อ่อนค่า กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN)





