จากกรณีกระแสดรามาในโลกออนไลน์ หลัง ดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร นักลงทุนชื่อดัง โพสต์แสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยถ้อยคำพาดพิงผู้ที่ไม่สนับสนุนพรรคประชาชน โดยระบุใช้ถ้อยคำว่า “คนที่ไม่ชอบส้มส่วนใหญ่ คือแก่แล้วยังจนอยู่ แถมโง่” จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์จนลุกลามบานปลาย ส่งผลให้สื่อและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียพากันขุดค้นประวัติและเรื่องราวในอดีตของดิวในหลายประเด็น
หนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงคือกรณีคดีทำร้ายร่างกายที่อดีตภรรยาเคยเข้าแจ้งความดำเนินคดีในอดีต ซึ่งรายละเอียดและข้อยุติของคดียังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างบุคคล และไม่อาจสรุปได้ว่าคดีจบลงด้วยการยอมความหรือดำเนินคดีต่ออย่างไร
อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลอีกด้านที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง คือทนายความที่เคยทำหน้าที่ว่าความให้ฝ่ายหญิงในคดีดังกล่าว คือ "ทนายบอน" ณัฐนันท์ กัลยาศิริ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะทนายที่ทำงานช่วยเหลือสังคม และปัจจุบันมีบทบาททางการเมือง ทำให้หลายเสียงออกมาแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจ
ขณะเดียวกัน กระแสดรามาดังกล่าวยังทำให้บุคคลสำคัญในสังคมออกมาแสดงความเห็น ล่าสุด "วรภัค ธันยาวงษ์" อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กสะท้อนมุมมองต่อกรณีการใช้ฐานะทางเศรษฐกิจเป็นตัวตัดสินคุณค่าความเป็นมนุษย์
วรภัคระบุว่า "ไม่แน่ใจว่าคุณดิวอะไรนี่พูดจริงหรือเปล่า แต่ขอแชร์ความเห็นส่วนตัวผมครับ
ความจนไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ ความล้มเหลว หรืออายุ แต่เกิดจากโครงสร้างเศรษฐกิจ โอกาสที่ไม่เท่ากัน วิกฤตชีวิต โรคภัย ภาระครอบครัว และระบบที่เอียงเข้าข้างคนบางกลุ่ม
การเอาฐานะทางการเงินมาเป็นตัวชี้วัด “คุณค่าของคน” คือการลดทอนมนุษย์ให้เหลือแค่ตัวเลขในบัญชี ซึ่งเป็นตรรกะเดียวกับสังคมที่ไร้ความเมตตา และไร้ความเข้าใจ มันเหยียดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
มันสะท้อนความกลวงของความสำเร็จ
คนที่ประสบความสำเร็จจริง จะไม่ต้องเหยียบคนอื่นเพื่อยืนยันตัวเอง เพราะความมั่นคงทางความคิด ไม่จำเป็นต้องดูถูกใคร
สังคมที่ดีไม่ใช่สังคมที่ทุกคนรวย แต่คือสังคมที่ ไม่ดูถูกคนที่ยังไปไม่ถึง
และถ้าใครสักคน “ขึ้นไปถึง” แล้ว แต่เลือกจะหันกลับมาเหยียดคนที่อยู่ข้างล่าง สิ่งที่ขาดหายไป ไม่ใช่เงิน แต่คือ วุฒิภาวะ และความเป็นมนุษย์
ในเวลาถัดมา "ดิว-วีรวัฒน์" ได้โพส ก่อนอื่นผมต้องกราบขออภัยที่ทำให้หลายหลายคนไม่สบายใจกับคำพูดของผมเอง สืบเนื่องจากโพสต์ที่เป็นประเด็นผมแค่ต้องการจะต่อว่ากับเจ้าของ Facebook คนด้านล่างตามโพสต์ เนื่องจากเขาได้มีการมากล่าวถึงบิดาของผมก่อน โดยที่เราไม่ได้รู้จักกัน
ผมจึงมีการโพสต์คำพูดดังกล่าวซึ่งไม่เหมาะสมและอาจสร้างความแตกแยกผมมีสติสัมปชัญญะเต็ม 100 และมีความรู้เท่าถึงการณ์เต็ม 100 แค่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนแชร์ไปจำนวนมาก
สุดท้ายนี้ผมต้อง กราบขอโทษทุกคนที่ทำให้ขุ่นเคืองไม่หวังว่าจะได้รับการอภัยหรือได้รับโอกาส แค่อยากจะบอกว่าผมไตร่ตรองดูแล้วผมเป็นคนที่กระทำการดังกล่าวซึ่งไม่เหมาะสม
ขออภัยเป็นอย่างสูงสำหรับทุกคน
วีรวัฒน์วลัยเสถียร
ถ้าถกเถียงเรื่องการเมืองแม้จะรุนแรงผมน้อมรับเต็มที่และไม่ติดใจ
ส่วนคนที่เข้ามาด่าว่าพ่อแม่และครอบครัวโดยที่เป็นเรื่องเท็จ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ตามกฏหมายเต็มที่
ฟ้องร้องไม่มียอมความ ถ้าไม่มีเงินจ่ายอนุญาตให้ผ่อน ถ้าไม่มีเงินผ่อนขอเป็นโทษจำคุกอย่างเดียวแล้วผมจะอุทธรณ์ทุกเคสหากรอลงอาญา
และ "วรภัค" ได้โพสตอบกลับว่า ขณะนี้ เจ้าตัวได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและกล่าวขอโทษต่อสาธารณะแล้ว
ในฐานะผู้ติดตามและผู้แสดงความคิดเห็น
ผมเห็นว่า สังคมควรยุติประเด็นนี้ไว้เพียงเท่านี้
การวิพากษ์อย่างมีเหตุผล เพื่อสะท้อนหลักการและคุณค่าของสังคม เป็นสิ่งจำเป็น
แต่การซ้ำเติม ด่าทอ หรือไล่ล่ากันต่อไป
ไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้น และไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเห็นในพื้นที่ของเพจนี้
บทเรียนได้เกิดขึ้นแล้ว
การขอโทษได้เกิดขึ้นแล้ว
จากนี้ไป ผมอยากชวนทุกท่าน ใช้พลังของเราไปกับเรื่องที่สร้างสรรค์กว่า
และร่วมกันทำให้สังคมนี้ดีขึ้นด้วยการถกเถียงอย่างมีสติและเมตตา
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพมาโดยตลอดครับ
นอกจากนี้ "ดิว-วีรวัฒน์" ยังได้โต้ตอบฟาดกลับกันรุนแรงไปมาผ่านทางโซเชียลกับ "ซัน-กระทรวง จารุศิระ" นักลงทุนและเทรดเดอร์ผู้มีชื่อเสียงในตลาดหุ้นไทยและวงการคริปโตฯ และเป็นผู้ก่อตั้ง Super Trader Thailand และ Super Trader Republic ถึงขั้นท้าเทรดหุ้นแข่งกัน จนเพื่อนนักลงทุนติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า ศึกนี้จะจบลงอย่างไร





