“InnovestX” ประเมินการลงทุนปี 2569 มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีจากนโยบายการเงินโลกผ่อนคลายช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังห่วงความเสี่ยงเศรษฐกิจ-ต่างประเทศ ต้องเลือกอย่างรอบคอบและมีวินัยเหมือนกับ “ขี่ม้าพยศ” ถึงจะเร็วแต่ต้องควบคุมให้ดี ด้านตลาดหุ้นไทยลุ้นแตะ 1,400 จุดก่อนจบไตรมาส 1 ก่อนส่อแววทรุดไตรมาส 2-3 นวค.แนะเพิ่มลงทุนต่างประเทศเน้นจีน-อินเดีย-เวียดนาม
นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Research Department บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า การลงทุนปี 2569 จะยังให้ผลตอบแทนที่ดี จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตได้ แม้จะชะลอตัวบ้างแต่ไม่ถดถอย แรงส่งจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดยังส่งผลบวกต่อเนื่องในช่วงต้นปี โดยความผันผวนของตลาดมีสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปีจากวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงสิ้นสุดและเงินเฟ้อที่กลับมา ดังนั้น การลงทุนในปี 2569 ต้อง “คัดสรรและกระจายตัว” มากขึ้น
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านเป็นปัจจัยสร้าง “ความผันผวน” ให้กับตลาด เนื่องส่งผลต่อราคาน้ำมันและพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่ากลุ่มโรงกลั่นจะได้ประโยชน์ ในขณะที่กลุ่มปิโตรเคมียังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกิน สำหรับการตอบโต้เชิงนโยบายต่ออเมริกาโดยการเทขายพันธบัตรสหรัฐหรือ “ขายอเมริกา (Sell America)” ส่งผลต่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงหนี้สาธารณะให้สหรัฐ
ด้านตลาดหุ้นไทยยังชะลอตัว แม้ฟันด์โฟลวต่างชาติที่ไหลเข้าสองเดือนต่อเนื่องจะทำให้กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก ส่อแววดีขึ้นแต่ไม่ใช่ในระยะยาว เนื่องจากฟันด์โฟลวดังกล่าวเป็นเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าประเทศตลาดเกิดใหม่ทุกประเทศไม่ใช่แค่ไทย โดยในภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยดึงดูดให้เงินเข้ามาต่อเนื่องเหมือนในอดีต เน้นย้ำจับตานโยบายรัฐบาลใหม่หวังดึงเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง
จีดีพีโตต่ำ-กระสุนการเงินใกล้หมด คลังต้องเร่งเครื่อง
ดร. ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 อย่างมาก หากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ราบรื่น คณะรัฐมนตรีใหม่สามารถอนุมัติผ่านงบฯปี 2570 ภายในไตรมาส 2 และนโยบายที่หาเสียงไว้ทำได้จริงจะช่วยเสริมเศรษฐกิจให้ปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว
โดยรวมเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง และการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้า โดยการฟื้นตัวของภาคเอกชนไทยในปี 2559 ถือเป็นการ “ฟื้นตัวในรูปตัวเค (K-shape)” หรือฟื้นตัวแยกทาง ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ฟื้นตัวได้ดี แต่กลุ่มรายย่อยกลับต้องเผชิญปัญหาหนัก
ทั้งนี้ การผ่อนคลายนโยบายการเงินใกล้ถึงจุดสิ้นสุดโดยคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกเพียง 1 ครั้ง ภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาผลักดันส่งเสริม เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ผลักดันโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และแลนด์บริดจ์
จีดีพีไทยในปี 2569 คาดจะเติบโตประมาณ “1.4%” ลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐและการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยคาดว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอาจช่วยเพิ่มคาดการณ์ได้เป็น 1.5% และการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่อาจเพิ่มได้ถึง 1.9%
แนะลงทุนจีน-ยุโรป-อินเดีย ผลตอบแทนสูง
นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ Head of Investment Strategy & Head of Trading Product Specialist บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ ปี2569 ควรเน้นความสมดุลระหว่างการอยู่ในตลาดและการคัดเลือกความเสี่ยงอย่างมีวินัย เน้นกระจายการลงทุนไปยังตลาดนอกสหรัฐ ที่แวลูยังเหมาะสม พร้อมให้น้ำหนักกับธีมเอไอ ดิจิทัล และหุ้นขนาดกลาง–เล็กที่กำไรเริ่มฟื้นตัว
ปีที่ผ่านมาตลาด S&P500 บวกราว 10% ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ โดยมองว่านักลงทุนควรกระจายการลงทุนไปยังหุ้นสมอลแคปของสหรัฐบางส่วนซึ่งได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยอย่างเต็มที่กว่าหุ้นบิ๊กแคป เนื่องจากหุ้นเล็กมักยึดโยงกับดอกเบี้ยแบบลอยตัว ประกอบกับนโยบายของสหรัฐที่เน้นดึงดูดการลงทุนกลับมายังสหรัฐมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดประเทศอื่น ๆ เช่น จีน ยุโรป อินเดีย และเวียดนาม ก็มีความน่าสนใจ โดยหากดูดัชนี chinext500 ของจีน จะพบว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา ดัชนีบวกมาแล้ว 47% และมีแนวโน้มเติบโตต่อได้อีก
ทั้งนี้ การลงทุนควรเน้นกลุ่มฮาร์ดเทค, เทคโนโลยี, อีวี, และโรโบติกส์ เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในแผนเศรษฐกิจระยะห้าปีของรัฐบาลจีนโดยตรง จึงมีโอกาสในการทำผลตอบแทนได้ดีกว่ากลุ่มอื่น
สำหรับตราสารหนี้ แนะนำเน้นตราสารหนี้คุณภาพดี อายุปานกลางราว 3-5 ปี เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin เหมาะลงทุนในสัดส่วนจำกัด และทองคำยังมีบทบาทช่วยกระจายความเสี่ยง
ลุ้นหุ้นไทยแตะ 1,400 จุด ภายใน Q1/69
ด้านนายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ดีในไตรมาส 1 เนื่องจากมีกระแสเงินไหลเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงธีมเลือกตั้งเป็นแรงส่ง อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2-3 มีแนวโน้มชะลอตัว จากความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 และการสิ้นสุดวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงของธนาคารกลางทั่วโลก
ไตรมาสแรกประเมินกรอบเป้าหมายที่ 1,350–1,400 จุด และมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ อย่างไรก็ตามในไตรมาสสองและสามคาดว่าดัชนีมีความผันผวนอาจลงไปทดสอบแนวต้าน 1,200 จุด ก่อนฟื้นตัวในไตรมาสสี่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนเด่น ได้แก่ กลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้ภายในประเทศสูง และเป็นกลุ่มดีเฟนซีฟ เช่น การแพทย์ พาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร
แนะนำคัดเลือกหุ้นตามธีมการลงทุน โดยเน้นหุ้นปันผลคุณภาพเพื่อสร้างกระแสเงินสด เช่น AP, KTB ขณะที่หุ้นเติบโตที่กำไรเริ่มฟื้นตัวเหมาะกับการลงทุนเชิงรุก เช่น MTC, TRUE ส่วนหุ้นฟื้นตัวและหุ้นที่มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานยังน่าสนใจในกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร และค้าปลีก เช่น CENTEL, TU, CPALL และ OR





