วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ชนินทธ์ DUSIT รวบถือหุ้นเป็น 52.12 % หลังรับโอนมรดก "ชนัตถ์และลูก" อีก 5.05 %

ชนินทธ์  DUSIT รวบถือหุ้นเป็น 52.12 % หลังรับโอนมรดก "ชนัตถ์และลูก" อีก 5.05 %

"ชนินทธ์ โทณวณิก" ขึ้นแท่นกุมอำนาจ DUSIT รวบหุ้นเพิ่มเป็น 52.12 % จากเดิม 49.74 % หลังรับโอนมรดก "ชนัตถ์และลูก" อีก 5.05 % ขณะที่ "สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค" เข้าซื้อหุ้น "ชนัตถ์และลูก" จาก "สินี เธียรประสิทธิ์" เพิ่มถือหุ้นเป็น 46 % หรือดันสัดส่วนถือหุ้น DUSIT เกิน 30 %

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (“ชนัตถ์และลูก”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท (ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ) ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท (“คุณชนินทธ์”) ได้รับมรดกเป็นหุ้นใน ชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.05 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย

ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว คุณชนินทธ์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณชนินทธ์ใน ชนัตถ์และลูก เกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดในชนัตถ์และลูก

จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมี นัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle)

อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูก ดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) ตามนัยของข้อ 9(1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก

โดยคุณชนินทธ์ได้รายงานตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์(“แบบ 246-2”) ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ชนินทธ์  DUSIT รวบถือหุ้นเป็น 52.12 % หลังรับโอนมรดก "ชนัตถ์และลูก" อีก 5.05 %

2. เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (“คุณสุนงค์”) ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้นหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.66 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสินี เธียรประสิทธิ์

ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว คุณสุนงค์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณสุนงค์ในชนัตถ์และลูก เกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด

ชนัตถ์และลูก จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตาม มาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ของ คุณสุนงค์ แต่การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ คุณสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ บริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

โดย คุณสุนงค์ได้รายงานการได้มา ซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในการนี้บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า คุณชนินทธ์ และคุณสุนงค์ ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้นสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบริษัทจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์