ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 29 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น.หุ้น SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ร่วง 4.63% หรือลดลง 10.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 206.00 บาท ขณะที่ SCGP หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วง 3.96% หรือลดลง 0.80 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 19.40 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ความเคลื่อนไหวของหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะหุ้นในเครือเอสซีจี (SCG) ปรับตัวลดลงพร้อมกัน นำโดย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC และบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP สะท้อนความผิดหวังของตลาดต่อผลประกอบการไตรมาส 4/68 ของ SCC เป็นหลัก
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ผลประกอบการ SCC พบว่า บริษัทขาดทุนในไตรมาส 4/68 มากกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
1.การบันทึกรายการพิเศษจากการตัดจำหน่ายสินค้าคงคลัง (Write-off) ในธุรกิจค้าปลีก
2.ผลขาดทุนสุทธิของโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ในเวียดนาม ซึ่งยังคงขาดทุนต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบควรปรับตัวลดลง ขณะที่สเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในไตรมาส 4/68 ยังอยู่ในระดับที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดให้น้ำหนักเชิงลบอย่างมาก
ขณะที่ ในส่วนของ SCGP แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงตามบริษัทแม่ แต่ทว่าเมื่อพิจารณาพื้นฐานแล้ว พบว่า ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งกว่า โดยมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1,227 ล้านบาท ถือว่าออกมาในระดับที่น่าพอใจ อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากต้นทุนกระดาษรีไซเคิลที่ปรับตัวลดลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากธุรกิจเส้นใยอย่างใกล้ชิด
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แม้ SCGP จะการปรับตัวลงของราคาหุ้นในวันนี้เป็นผลจากแรงกดดันของบริษัทแม่ที่ฉุดลงมา หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อสะสมหรือซื้อสวนตลาด แนะนำให้เลือกลงทุนใน SCGP มากกว่า SCC เนื่องจากยังมีกำไรสุทธิรองรับชัดเจน ในขณะที่ SCC สร้างความผิดหวังต่อตลาดค่อนข้างมากในระยะสั้น ทั้งนี้ได้ปรับคำแนะนำหุ้น SCGP ขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”





