โบรกชี้ ภาครัฐเร่งหนุนโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อปลดล็อกคอขวดใบอนุญาต เพื่อดันเมกะโปรเจ็กต์ลงทุนขนาดใหญ่ หนุนเงินต่างชาติไหลเข้าแล้ว 16 โครงการ มูลค่า 2.4 แสนล้าน หนุนหุ้นกลุ่มนิคม-พลังงานสะอาดรับอานิสงส์
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การผลักดันของภาครัฐในโครงการ Thailand Fast Pass เพื่อดันเมกะโปรเจ็กต์ลงทุนขนาดใหญ่หนุนเงินต่างชาติไหลเข้าแล้ว 16 โครงการ มูลค่า 2.4 แสนล้านบาท โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาโครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะช่วยเร่งรัดขั้นตอนด้านกฎระเบียบและการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าได้เร็วขึ้น
มองว่าจะเป็นผลบวกต่อ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้รับอานิสงส์โดยตรง เนื่องจากนักลงทุนมักขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน เมื่อกระบวนการอนุมัติคล่องตัวขึ้น จะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อที่ดินและเริ่มก่อสร้างโรงงานได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ยอดขายที่ดินและเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มเร่งตัว
สำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ แนะนำ WHA และ AMATA ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และพลังงานทดแทน และตอบโจทย์เป้าหมายที่กำลังเข้ามาลงทุนในไทย เช่น Data Center และยานยนต์ EV
นายณัชพล แพรสีเจริญ นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมุ่งปลดล็อกใบอนุญาตที่ค้างอยู่ในระบบ ถือเป็นมาตรการที่ช่วยสนับสนุนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วแต่ยังไม่สามารถเดินหน้าได้จากปัญหาด้านที่ดินหรือข้อกฎหมาย ส่งผลให้การลงทุนจริงล่าช้า
ขณะที่ในภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มองว่า ไทยยังคงมีศักยภาพดึงดูดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา FDI เติบโตกว่า 60% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเลือก WHA มากกว่า AMATA เนื่องจากมองว่าแนวโน้มผลประกอบการของไตรมาส 4/68 มีทิศทางอ่อนแอ
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีนัยสำคัญต่อ Sentiment การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ โดยช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าหากเกิดปัญหาติดขัดในกระบวนการลงทุน ภาครัฐไทยมีความพร้อมในการเข้ามาแก้ไขและสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศในระยะยาว
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล. พาย กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไทยยังแข็งแกร่งในระยะกลางถึงยาว โดยแม้โครงการ Thailand Fast Pass จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น แต่ทว่าแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่มยังมาจากเมกะเทรนด์ระดับโลก
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของ Data Center เพื่อรองรับ Cloud และ AI จากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึงการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน จากแรงกดดันนโยบายการค้าโลก ซึ่งทำให้ไทยเป็นจุดหมายสำคัญ และหนุนยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำ AMATA และ WHA ในฐานะผู้นำกลุ่มนิคมฯ ซึ่งยังมีมูลค่าไม่แพงซื้อขายที่ P/E ราว 6 เท่า และให้เงินปันผลประมาณ 6% เหมาะกับการลงทุนระยะกลางถึงยาว





