หุ้นไทยวันนี้ 28 ม.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 409 จุด -0.8% แต่อย่างไรก็ตาม S&P500 ปิดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงกดดันของ Dow Jones มาจาก UNH ที่มีปัจจัยเฉพาะ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3% หลังมีรายงานว่าฤดูหนาวในสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมัน
เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB พบว่าต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้และลดลงจากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยกดดันมาจากราคาสินค้าทั้งน้ำมัน อาหารและภาษีศุลกากรรวมไปถึงตลาดแรงงาน ทำให้ผู้บริโภคมีแนวคิดจะชะลอการใช้จ่ายโดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ อาทิ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่อาจมีเพียงการลงทุนด้าน Technology ที่ยังคงดี
ในขณะเดียวกันเมื่อคืนพบว่า Dollar Index อ่อนค่าแรงทำสถิติใหม่ในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีนักข่าวได้ถามถึง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับการอ่อนค่าของ Dollar และทางทรัมป์ตอบกลับว่า “ผมคิดว่ามันเยี่ยมมากและลองดูธุรกิจที่สหรัฐฯทำสิในขณะที่พวกคุณเห็นไหมว่าจีนและญี่ปุ่นก็มักจะอยากให้ค่าเงินตนเองอ่อนค่า”
นอกจากเรื่องของ Trump แล้วก็อาจจะเป็นที่การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ของสหรัฐฯ กดดันให้เงินบาทแข็งค่าทดสอบ 30.91 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯอาจมีปัจจัยหนุนระยะสั้นๆจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่วานนี้กลับเข้ามาซื้อสุทธิ 4.49 พันล้านบาท หากยังเป็นลักษณะนี้อยู่ก็มีโอกาสที่ Flow จะไหลเข้าต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่อาจไม่โดดเด่นมากนัก
สำหรับปัจจัยในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 1-25 ม.ค. พบว่าลดลง -9%YoY โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นอันดับแรกด้วยจำนวน 3.01 แสนรายและมาเลเซียที่ 2.35 แสนราย
แต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเป็นรายสัปดาห์จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 7.5 แสนคน (+0.6%) โดยนักท่องเที่ยวจีนกลับขึ้นมาเป็นอันดับแรกที่ 1 แสนราย (+14%WoW) มาเลเซีย 6.18 หมื่นราย (+8.9%WoW) สัญญาณดีขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาดหวังว่าจากนี้จะเร่งขึ้นต่อจากเทศกาลตรุษจีน
คืนนี้รอติดตามประชุม FED CME FED Watch ให้น้ำหนัก 96% ที่จะคงดอกเบี้ยระดับเดิมแต่แนะติดตามถ้อยแถลงรวมถึงการดำเนินงานหลังจากนี้พร้อมกับผลประกอบการของ META MICROSOFT TESLA
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1325-1350 ระยะสั้นกระแสเงินทุนดูเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยแม้พื้นฐานอาจจะยังไม่ได้โดดเด่นก็ตาม โดยมีอีกปัจจัยหนุนได้แก่การเลือกตั้งของไทยในช่วงต้นเดือน ก.พ.
เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นกลับมามองหุ้นขนาดใหญ่ที่อาจเป็นเป้าหมายของต่างชาติ อาทิ ท่องเที่ยว (AOT) ค้าปลีก (CPALL) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB KKP KTB) โรงแรม (ERW MINT CENTEL)





