background-default

วันพุธ ที่ 28 มกราคม 2569

Login
Login

S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หุ้นเทคฯหนุนตลาด

S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หุ้นเทคฯหนุนตลาด

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้น กระแสซื้อเอไอยังไปต่อแม้กังวลฟองสบู่โต ดาวโจนส์ปิดลบ

ซีเอ็นบีซี รายงานภาวะตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลในการซื้อขายระหว่างวันในวันอังคาร (27 ม.ค.69) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนรอผลประกอบการจากบริษัทในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีจากธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธ

ดัชนีตลาดโดยรวมเพิ่มขึ้น 0.41% และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6,978.60 ในขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.91% ปิดที่ 23,817.10  

แต่ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวลง 408.99 จุด หรือ 0.83% ปิดที่ 49,003.41 การร่วงลงแรงเกือบ 20% ของหุ้น UnitedHealth ส่งผลกระทบต่อดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้

ราคาหุ้น Apple ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในขณะที่ Microsoft ปรับขึ้นมากกว่า 2% บริษัทในดัชนี S&P 500 มากกว่า 90 แห่งจะรายงานผลประกอบการภายในสิ้นสัปดาห์นี้  โดย Meta Platforms และ Microsoft รวมถึง Tesla ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven” จะประกาศผลประกอบการในวันพุธ ส่วน Apple จะประกาศผลประกอบการในวันพฤหัสบดี

“ทุกคนกำลังจับตาดูทุกสิ่งที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องราวของปัญญาประดิษฐ์” โทมัส มาร์ติน ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสของ Globalt Investments กล่าว พร้อมเสริมว่านักลงทุนจะให้ความสำคัญกับระดับการใช้จ่ายด้านการลงทุนของบริษัทต่างๆ และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้จากเอไอ ( AI) “ทุกอย่างจะเกี่ยวกับคำอธิบายในเรื่องนั้น นอกเหนือจากจำนวนเงินที่พวกเขาใช้จ่าย ทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและรายจ่ายดำเนินงาน”

ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปส่งผลกระทบต่อหุ้นของบริษัทสำคัญๆ ในกลุ่มธุรกิจ AI ในช่วงปลายปีที่แล้ว กดดันตลาดโดยรวม เนื่องจากความกลัวว่าฟองสบู่เทคโนโลยีอาจใหญ่ขึ้น มาร์ตินเชื่อว่าในขณะที่ยังมีคำถามเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อยู่ เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ความต้องการของนักลงทุนจะยังคงมีอยู่ต่อไป อย่างน้อยก็ในอีกสองสามปีข้างหน้า

“ปัญญาประดิษฐ์จะไม่หายไปไหน” เขากล่าว “การสร้างศูนย์ข้อมูลจะไม่หายไป การใช้งาน การใช้งานโมเดล การเกิดขึ้นของตัวแทนเอไอ หุ่นยนต์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะยังคงพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

“มันจะเป็นไปในทิศทางขึ้นๆ ลงๆ แต่เราคาดหวังว่าจะเป็นไปในทิศทางบวก” มาร์ตินกล่าวถึงผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาด

หุ้นของบริษัทประกันสุขภาพชื่อดังหลายแห่งร่วงลงในวันอังคาร หลังจากศูนย์บริการ Medicare และ Medicaid เสนอให้เพิ่มการจ่ายเงินให้กับบริษัทประกัน Medicare Advantage โดยเฉลี่ยสุทธิเพียง 0.09% ในปี 2027 หุ้นของ Humana ดิ่งลง 21% ขณะที่ CVS Health ร่วงลงแรง 14%

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้คือการตัดสินใจด้านนโยบายครั้งแรกของปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ที่ระดับเป้าหมาย 3.5- 3.75% แต่เทรดเดอร์จะมองหาเบาะแสว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเมื่อใด ตลาดการซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟด ยังคงบ่งชี้ว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปี 2026 ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด CME FedWatch Tool