ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนและตลาดทุนไทยจับตาอย่างใกล้ชิด หลัง Telenor ตัดสินใจถอนการลงทุนออกจาก TRUE อย่างสมบูรณ์ ด้วยการขายหุ้นทั้งหมด 24.95% ให้กับกลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) กลุ่มธุรกิจที่ก่อตั้งและถือหุ้นโดย "ศุภชัย เจียรวนนท์" ประกอบกับการลาออกจากตำแหน่งในเครือซีพีของ "ศุภชัย" ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ส่งผลให้เกิดคำถามต่อทิศทางการบริหารและยุทธศาสตร์ในระยะยาวของ TRUE หลังจากนี้จะเป็นเช่นไร?
ปัจจัยดังกล่าวสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อตลาดหุ้นทันที ทำให้ราคาหุ้น TRUE ผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และบทบาทของพันธมิตรต่างชาติ อาจนำไปสู่การปรับนโยบายทางธุรกิจ โครงสร้างการบริหาร หรือแนวทางการเงินของบริษัทหรือไม่...
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารทรูออกมาย้ำอย่างชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นเพียงการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น ไม่ได้กระทบต่อการดำเนินงาน กลยุทธ์การแข่งขัน หรือแผนการเงินที่วางไว้ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าตามโรดแมปเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ช่วงควบรวมกิจการ มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน การลดภาระหนี้ และการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และประธานคณะกรรมการบริหารด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ทิศทางของทรูยังคงเหมือนเดิมตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี นับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยแนวทางดังกล่าวได้มีการตกลงร่วมกันตั้งแต่ก่อนการควบรวม ระหว่างตนเองกับ ศุภชัย เจียรวนนท์ อดีตประธานคณะกรรมการบริษัท และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากบอร์ดบริหารมาโดยตลอด
“การที่ Telenor ออกไปและอไรซ์เข้ามาแทน ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของทรูเลย เรามีนโยบายทางการเงินที่ชัดเจน และจะดำเนินต่อไปเหมือนเดิมทุกประการ”
สำหรับข้อกังวลของตลาดที่มองว่า "ซิกเว่" เป็นตัวแทนจาก Telenor และอาจไม่อยู่กับทรูในระยะยาว "ซิกเว่" ชี้แจงว่า ตนได้เกษียณจากตำแหน่ง Group CEO ของ Telenor ตั้งแต่ปลายปี 2567 และปัจจุบันเป็นพนักงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) อย่างเต็มตัว โดยเข้ามาดำรงตำแหน่ง Group CEO ของทรูในโควต้าของ CP ต่อเนื่องมาแล้วกว่า 9 เดือน และยืนยันชัดว่าไม่ใช่คนของ Telenor แล้ว และจะยังอยู่ทำงานกับทรูต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายจาก "ศุภชัย" ให้เข้าไปช่วยบริหารงานในบริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ควบคู่กับตำแหน่งในทรู โดยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล (Executive Chairman) เพื่อดูแลภาพรวมธุรกิจในเครือ ทั้งโทรคมนาคม ดาต้าเซ็นเตอร์ และ True Money
อย่างไรก็ตาม แม้ Telenor จะออกจากโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่ทีมบริหารชุดเดิมยังอยู่ครบ และยังคงมีความหลากหลายด้านประสบการณ์จากหลายประเทศ ล่าสุด ทรูยังได้ผู้บริหารระดับสูงด้าน AI ที่มีประสบการณ์จากซิลิคอนวัลเลย์เข้ามาเสริมทีม รวมถึงยังสามารถนำองค์ความรู้จาก China Mobile มาปรับใช้กับตลาดไทยได้
"ตลาดอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับบทบาทของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขอย้ำว่า การขับเคลื่อนทรูไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้น แต่เป็นหน้าที่ของทีมผู้บริหาร ผมไม่คิดว่าทรูจะสูญเสียอะไรจากการที่ Telenor ออกไป"
สำหรับทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม "ซิกเว่" ระบุว่า ผู้บริโภคไทยได้รับบริการที่คุ้มค่าในราคาที่ต่ำกว่าหลายประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรป และยืนยันว่าทรูจะไม่เข้าร่วมสงครามราคา เนื่องจากตลาดอิ่มตัว ไม่มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นการแข่งขันจะอยู่ที่คุณภาพบริการ ประสบการณ์ลูกค้า โปรแกรมรอยัลตี้ และเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่การตัดราคากัน
ขณะเดียวกัน ยังได้เน้นย้ำวินัยการเงิน กำไร และเงินปันผลที่ยังคงมีความมุ่งมั่นใน 3 เรื่อง คือ 1. เพิ่มรายได้จากลูกค้าปัจจุบัน 2. จ่ายเงินปันผลแบบต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นทุกปี (Progressive Dividend) และ 3. ชำระคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราทำได้ดีมาตลอดตั้งแต่ควบรวม และจะทำต่อไป
นอจากนี้ "ซิกเว่" ยังฉายภาพมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย แม้ GDP จะเติบโตต่ำกว่า 2% แต่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยขยายตัวมากกว่า 4% และกำลังดึงดูดการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์จากทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมถึงธุรกิจ Fintech ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ มองว่าภาครัฐควรมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ผ่านนโยบายภาษี กฎระเบียบ และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าสร้างพันธมิตรและนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้
"ซิกเว่" กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า อยากให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าทิศทางของทรูยังคงเหมือนเดิม รวมถึงทีมผู้บริหารยังคงเดิมเช่นกันไม่เปลี่ยนแปลง และทรูยังคงโฟกัสที่ธุรกิจหลักเช่นเดิม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แม้การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนมือของผู้ถือหุ้นรายหนึ่งไปสู่อีกรายหนึ่งเท่านั้น และจะไม่ส่งผลกระทบต่อก้าวต่อไปของทรูอย่างแน่นอน





