ดัชนี Kospi แตะ 5,000 จุด รับอานิสงส์ AI หลัง 'ลี แจ มยอง' เดินหน้าแก้ปัญหาธรรมาภิบาลดึงความเชื่อมั่น เป้าต่อไป 6,000 จุด หากแก้ปม Korea Discount สำเร็จ
บลูมเบิร์กรายงานว่าดัชนีหุ้นของ “เกาหลีใต้” ปรับตัวสูงขึ้นทะลุเป้าหมาย 5,000 จุด ที่ประธานาธิบดี “ลี แจ มยอง” ตั้งไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดที่เน้นเทคโนโลยี และได้รับความช่วยเหลือจากความผันผวนที่ลดลงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-ยุโรป
ดัชนี Kospi ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 2.2% สู่ระดับ 5,019.54 นำโดยหุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics Co. , SK Hynix Inc.และHyundai Motor Co. ดัชนีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 95% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เป็นดัชนี ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในโลก
การทะลุ 5,000 จุด ยังถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมือง และตอกย้ำคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดีลี ที่จะแก้ไขปัญหาความบกพร่องด้านธรรมาภิบาลที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของเกาหลีใต้จากตลาดส่งออกที่ผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ไปสู่ผู้ได้รับประโยชน์หลักจากความเฟื่องฟูของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จากทั่วโลก ด้วยความโดดเด่นในด้านชิปหน่วยความจำซึ่งมีความสำคัญต่อศูนย์ข้อมูล
คัง แดควอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Life Asset Management กล่าวว่า “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” พร้อมคาดการณ์ว่าดัชนี Kospi อาจแตะระดับ 6,000 ภายในสองเดือน
“ดัชนี Kospi ยังไม่ได้รับการปรับขึ้นครั้งใหญ่ แต่เป็นการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่คิดว่าระดับ 5,000 จะสูงเกินไป”
นักลงทุนกลุ่มที่มองโลกในแง่ดีวิเคราะห์ว่า ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องขจัดปัญหาที่เรียกว่า "Korea Discount" ให้หมดไปเสียก่อน ซึ่งคำนี้หมายถึงภาวะที่หุ้นเกาหลีใต้ถูกกดราคาให้ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล หรือการบริหารจัดการภายในบริษัทที่ยังไม่โปร่งใส และไม่เอื้อต่อผู้ถือหุ้นเท่าที่ควร
แม้ว่าในปัจจุบันดัชนี Kospi จะพุ่งขึ้นจนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่หากพิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญ จะพบว่าหุ้นเกาหลีใต้ยัง "ราคาถูก" กว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเดียวกัน
จอง อึน-โบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) แสดงความเชื่อมั่นว่า ดัชนี Kospi มีศักยภาพที่จะทะยานไปถึงระดับ 6,000 จุด ได้ในอนาคต หากคำนวณจากความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศ ผนวกกับความพยายามอย่างจริงจังของบริษัทจดทะเบียนในการปรับปรุงนโยบายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





