ในช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) กลับมาคึกคักอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ แต่เกิดจากพลังภายในที่เรียกว่า “Election Rally” ความคาดหวังต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ในการเลือกตั้งปี 2569 วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ได้สร้างบรรยากาศการแข่งขันที่ดุเดือดและความหวังครั้งใหม่ให้กับนักลงทุน
หนึ่งในนโยบายที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ TISA (Thailand Individual Savings Account) ซึ่งถูกมองว่าเป็น Game Changer ของตลาดทุนไทย
โดย ก.ล.ต. คาดว่าโครงการนี้จะเดินหน้าได้ภายในปีนี้ โดย “ปรับเกณฑ์การลงทุน” ให้เอื้อต่อตลาดหุ้นไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเปิดกว้างสู่ “หุ้นเติบโต” ไม่จำกัดเฉพาะหุ้น ESG และขณะนี้ สอดคล้องกับนโยบายของพรรคการเมืองหลัก ส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนทันที
อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ทางภาษียังต้องรอการพิจารณาจากรัฐบาลใหม่และกระทรวงการคลัง แม้หลักการของโครงการTISA ผ่านหลักการในชั้นของ ครม.เศรษฐกิจแล้ว แต่ยังต้องหารือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อปรับปรุงเงื่อนไขตามกระบวนการต่อไป
สิ่งที่นักลงทุนจับตาเป็นพิเศษคือ มาตรการลดหย่อนภาษี ที่จะกลับมาฟื้นชีพอีกครั้ง แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าอาจไม่เอื้อต่อผู้มีรายได้น้อย และทำให้ผู้มีรายได้สูงรู้สึกถูกลงโทษ จนแรงจูงใจในการลงทุนลดลง
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น กรณี LTF ที่ถูกยกเลิกในอดีต ทำให้เกิดความกังวลต่อการเทขายและความต่อเนื่องของนโยบาย
"การเมืองและนโยบายภาษี” คือ แรงกระแทกสำคัญที่นักลงทุนไทยต้องเผชิญแม้ TISA จะถูกมองว่าเป็นความหวังใหม่ในการสร้างแรงจูงใจและขยายฐานนักลงทุน
แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องและความเชื่อมั่นที่รัฐบาลใหม่จะสร้างได้หากนโยบายถูกผลักดันอย่างจริงจังและยั่งยืน ตลาดหุ้นไทยอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หากสะดุดเพราะการเมือง ความหวังนี้ก็อาจกลายเป็นเพียงกระแสชั่วคราว





