วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค เปิดทางเลือกใหม่ ลดช่องว่างทางการเงินให้ภาคธุรกิจไทย

TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค เปิดทางเลือกใหม่ ลดช่องว่างทางการเงินให้ภาคธุรกิจไทย

บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ TECHLEAD ประกาศเข้าลงทุนและเข้าถือหุ้นในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม StockLend by Nestifly แพลตฟอร์มสินเชื่อแบบ Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) รายแรกและรายเดียวของประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของ TECHLEAD ในการต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกใหม่ให้กับภาคธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน  การลงทุนครั้งนี้ TECHLEAD มุ่งนำจุดแข็งด้านทรัพยากร เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และองค์ความรู้ด้านระบบการเงินที่อยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแล เข้ามาช่วยยกระดับ Nestifly ทั้งในมิติของประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม ความเสถียรของระบบ และการขยายขีดความสามารถในการให้บริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจได้กว้างและลึกยิ่งขึ้น

StockLend by Nestifly ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงผู้ขอสินเชื่อและนักลงทุนเข้าด้วยกันโดยตรง ผ่านระบบดิจิทัลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ซับซ้อนของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแบบเดิม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถใช้หุ้นในพอร์ตการลงทุนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อ เพิ่มสภาพคล่องโดยไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ ขณะเดียวกันยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ชัดเจน
 

TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค เปิดทางเลือกใหม่ ลดช่องว่างทางการเงินให้ภาคธุรกิจไทย

นายอิศรา เรืองสุขอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “TECHLEAD เข้าลงทุนใน Nestifly ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของแพลตฟอร์มที่ดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลอย่างถูกต้อง และสามารถพัฒนาไปได้อีกมาก เมื่อผสานกับทรัพยากรและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ TECHLEAD เรามองการลงทุนครั้งนี้ในมุมของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินทางเลือก ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และช่วยลดช่องว่างทางการเงินที่ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญของภาคธุรกิจไทย”  

TECHLEAD ตั้งเป้าใช้ความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มเทคโนโลยี การบริหารระบบธุรกรรม และธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เข้ามาสนับสนุนการพัฒนา Nestifly อย่างเป็นระบบ เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ใช้บริการและนักลงทุนในระยะยาว
 
การเข้าลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TECHLEAD ในการพัฒนา Fintech Ecosystem ที่ เชื่อมโยงเทคโนโลยี การเงิน และโซลูชันดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย โดยมุ่งปลดล็อกโอกาสทางการเงินและขยายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจรายย่อยไปจนถึงระดับ SME พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ StockLend by Nestify เป็นแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลประเภท Peer-to-Peer Lending (P2P Lending) รายแรกและรายเดียวของประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตและดำเนินงานตั้งแต่ปี 2565 และเริ่มให้บริการอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ภายใต้ชื่อ “StockLend by Nestifly”  ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตลาดกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ต้องการขอสินเชื่อและนักลงทุน โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการใช้  หุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งช่วยให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้โดยไม่จำเป็นต้องขายหุ้นออกจากพอร์ต และยังคงมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลตามปกติ

แพลตฟอร์มดังกล่าวดำเนินการภายใต้ บริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) และถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม P2P Lending ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนถึงมาตรฐานด้านการกำกับดูแล ความโปร่งใส และความปลอดภัยของระบบทางการเงินที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ภาครัฐ

ในด้านของผู้ขอสินเชื่อ StockLend เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถนำหุ้นที่ถืออยู่มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยวงเงินจะพิจารณาตามมูลค่าหลักทรัพย์และระดับความเสี่ยงของหุ้นแต่ละประเภท อัตราดอกเบี้ยถูกกำหนดตามกลไกตลาดและการประเมินความเสี่ยง ทำให้แพลตฟอร์มนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการเงินสำหรับนักลงทุนรายย่อย เจ้าของธุรกิจ และผู้ที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น โดยไม่กระทบต่อแผนการลงทุนระยะยาว

ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุน StockLend by Nestify เปิดโอกาสให้เข้าลงทุนในสินเชื่อที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความมั่นใจเมื่อเทียบกับการปล่อยกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์รองรับ นักลงทุนสามารถเลือกแผนการลงทุน ระยะเวลา และระดับความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง ภายใต้กรอบและเงื่อนไขที่แพลตฟอร์มกำหนด พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง

ด้านเทคโนโลยี StockLend พัฒนาและดำเนินงานด้วยระบบดิจิทัลที่รองรับกระบวนการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการทำธุรกรรมทางการเงินตามมาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมระบบบริหารจัดการหลักทรัพย์ค้ำประกันและการจัดกลุ่มความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในระบบโดยรวม

ด้วยโมเดลธุรกิจที่ผสานระหว่าง เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และตลาดทุน StockLend by Nestify จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินทางเลือก ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเงินทุนและการลงทุนในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน