วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

4 หุ้นแบงก์ใหญ่กอดคอร่วง BBL-KTB นำกลุ่ม 6.16% โบรกเกอร์เผย ผลงานไตรมาส 4/68 ต่ำคาด

4 หุ้นแบงก์ใหญ่กอดคอร่วง BBL-KTB นำกลุ่ม 6.16% โบรกเกอร์เผย ผลงานไตรมาส 4/68 ต่ำคาด

ความเคลื่อนไหว "ตลาดหุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 21 ม.ค.2569 เวลา 10.10 น.หุ้นแบงก์ใหญ่กอดคอร่วง นำโดย 

หุ้น BBL ร่วง 6.16% ลดลง 10.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 160.00 บาท 

หุ้น KTB ร่วง 2.59% ลดลง 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 28.25 บาท 

หุ้น SCB ร่วง 1.08% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 138.00 บาท 

หุ้น KBANK ร่วง 0.52% ลดลง 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 191.00 บาท 
 

ธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล. พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรง ภายหลังทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ซึ่งพบว่า กำไรส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะ BBL ที่กำไรต่ำกว่าคาดมาก หลังรายงานกำไรสุทธิประมาณ 7,000 กว่าล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาด และนักวิเคราะห์คาดไว้ราว 10,000 ล้านบาท  อย่างไรก็ดี ในด้านคุณภาพสินเชื่อยังถือว่ามีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น
 

 

 

ด้าน KBANK รายงานกำไรสุทธิราว 10,000 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดประมาณ 5% แม้ว่าสินเชื่อยังเติบโต และระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในกรอบปกติ แต่ได้รับแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงมากกว่าที่ประเมินไว้ หรืออาจเป็นผลจากการขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำ

ขณะที่ KTB แม้ในช่วงดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศผลประกอบการอย่างเป็นทางการ แต่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงตามกลุ่มธนาคารอื่นจากความกังวลของนักลงทุนว่าผลประกอบการอาจออกมาในทิศทางเดียวกัน จึงเลือกขายเพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้า

"ภาพรวมกลุ่มธนาคาร พบว่า มีเพียง KKP ที่ผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดอย่างโดดเด่น ส่วนธนาคารอื่น เช่น TTB และ TISCO ผลประกอบการอยู่ในระดับทรงตัว เป็นไปตามที่ตลาดประเมินไว้"

อย่างไรก็ตาม แรงขายที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มธนาคารได้ปรับตัวขึ้นมาล่วงหน้าแล้ว เมื่อผลประกอบการออกมาไม่เป็นไปตามความคาดหวัง นักลงทุนจึงเลือกขายทำกำไร หรือ Take Profit และโยกเงินไปยังกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเด่นกว่า อาทิ กลุ่ม ICT กลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้น DELTA ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยในวันนี้ (21 ม.ค.2569) ไม่ปรับตัวลงตามกลุ่มแบงก์ แต่กลับปิดบวกได้กว่า 10 จุด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะต่อไป มองว่า ภาพรวมหุ้นกลุ่มธนาคารในปีนี้อาจไม่โดดเด่น และมีโอกาสเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังสามารถใช้กลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวได้ เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่ยังมีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูง และผลประกอบการก็ไม่ได้แย่ 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์