วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (20 ม.ค. 2569) ปิดบวก 13.17 จุด กลุ่มการแพทย์-ค้าปลีกฟื้น งบธนาคารดีกว่าคาด

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (20 ม.ค. 2569) ปิดบวก 13.17 จุด กลุ่มการแพทย์-ค้าปลีกฟื้น งบธนาคารดีกว่าคาด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,296.37 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.17 จุด หรือคิดเป็น 1.03% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากราคาหุ้นกลุ่มการแพทย์และค้าปลีก ที่ฟื้นตัวขึ้นมาจากที่ปรับลงไปลึกก่อนหน้านี้ ประกอบกับงบในกลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ที่ออกมาดีกว่าคาด 

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,296.37 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.17 จุด หรือคิดเป็น 1.03%โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,306.15 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,283.48 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 52,626.54 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. PTT ราคาปิด 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 3,957.98 ล้านบาท

  2. DELTA ราคาปิด 171.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 2.08% มูลค่าซื้อขาย 3,949.16 ล้านบาท

  3. BDMS ราคาปิด 20.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 3.08% มูลค่าซื้อขาย 3,115.79 ล้านบาท

  4. GULF ราคาปิด 45.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.55% มูลค่าซื้อขาย 2,664.11 ล้านบาท

  5. CPALL ราคาปิด 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.72% มูลค่าซื้อขาย 1,932.25 ล้านบาท

 

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางบวกนำภูมิภาค จากหุ้นหลายกลุ่มที่ปรับตัวลงมาลึกในช่วงก่อนหน้าอย่างกลุ่มการแพทย์ เช่น BH BDMS และกลุ่มค้าปลีกก็มีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาเป็นบวก

สำหรับกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวขึ้นได้ดี จากการประกาศงบในไตรมาส 4 ที่ออกมาดีกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็น KKP หรือ TTB ที่มีการตั้งสำรองต่ำกว่าที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้

ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (21 ม.ค.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ มีแนวรับอยู่ที่ 1,285 แนวต้าน 1,300-1,315 จุด โดยการปรับขึ้นของดัชนียังคงมีการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นบางกลุ่ม หรือราว 30-40% ของตลาดเท่านั้น

นายกิจพณมองว่า ปัจจัยเรื่องธีมเลือกตั้งอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักที่หนุนให้หุ้นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากตลาดได้รับรู้ข่าวไปตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค. ปี 2568 ทำให้ในเดือน ก.ย.-ต.ค. ตลาดปรับขึ้นไปมากแล้ว

ดังนั้นการปรับขึ้นของดัชนีในช่วงนี้ น่าจะเป็นเพราะหุ้นหลายกลุ่มลงมาลึก จึงมีการปรับขึ้นแรงโดยปราศจากปัจจัยพื้นฐาน จึงแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังเรื่องความเสี่ยงในการเก็งกำไร เนื่องจากตลาดปิดแดนบวกโดยไม่รอการประกาศงบ โดยให้กรอบแนวรับที่ 1,285 เพื่อจำกัดการลงทุน 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP และ BCP กลุ่มการแพทย์อย่าง BDMS และ CHG หากราคาลดลงกว่านี้ราว 4-5% รวมถึงกลุ่มประกันภัยอย่าง BLA TLI เมื่อพิจารณาจากวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงที่ใกล้สิ้นสุด