วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

โบรกฯเผยงบ TU ไตรมาส 4/68 ดีกว่าคาด หลังลดต้นทุน แนะถือรับปันผล

โบรกฯเผยงบ TU ไตรมาส 4/68 ดีกว่าคาด หลังลดต้นทุน แนะถือรับปันผล

นารี อภิเศวตกานต์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า หุ้น TU หรือ  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาด ไตรมาส 4/68 กำไรสุทธิ 1,070 ล้านบาท หด -12% y-y และ -18% q-q ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว ขณะที่ยอดขายทรงตัว y-y แต่ +2% q-q อยู่ที่ 35,079 ล้านบาท เป็นไตรมาสที่ยอดขายสูงสุดของปี ขณะที่ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นนั้นคาดที่ 18.3% จาก 18.7% y-y และ 19% q-q แยกตามกลุ่มดังนี้ 

กลุ่ม Ambient 50% ของยอดขายรวม : ยอดขายคาดทรงตัว y-y โดยตลาดที่ยังดีต่อเนื่องคือยุโรป ส่วนสหรัฐหดตัวจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ ขณะที่ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว y-y จากผลกระทบเรื่องการขึ้นภาษีและราคาทูน่าปรับขึ้น 3% y-y

กลุ่ม Pet care 13% : ยอดขายเพิ่ม 2-5% y-y จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายตลาดหลักในสหรัฐทั้งจากลูกค้าใหม่ และสินค้าใหม่ที่ยังเป็นตัวผลักดันยอดขาย ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังทำได้ตามเป้าหมายจากสัดส่วนการขายสินค้า premium เพิ่มขึ้น (อ่านฉบับเต็มใน ITC) 

กลุ่ม Frozen 30% : ยอดขายโต 2-5%  y-y เช่นกันดีจากอดขายอาหารแช่แข็งในสหรัฐ รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์ที่ยอดขายทำสถิติสูงสุด ขณะที่ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นนั้นดีกว่าเป้าที่ 10-12% จากราคาขายเพิ่ม และการดำเนินงาน TFM ดีขึ้น 

ส่วนค่าใช่จ่ายขายและบริหารคาดลดลง 1% y-y แต่รายได้อื่นลดลง 58% y-y ตามดอกเบี้ยรับที่ลดลง ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาด +19% y-y จากการดำเนินงาน Avanti ดีขึ้น แต่หากดอกเบี้ยจ่ายคาด +8% y-y ตามดอกเบี้ยของเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น แต่ภาษีจ่ายลดลงจากการได้เครดิตภาษีในสหรัฐทำให้อัตราภาษีจ่ายลดลง

ขณะที่กำไรปกติคาดว่าอยู่ที่  990 ล้านบาท -18% y-y -18% q-q แต่คาดจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนตามเงินบาทแข็งค่า ทำให้กำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 1,070 ล้านบาท -12% y-y และ -18% q-q

จากแนวโน้มการดำเนินงานไตรมาส 4/68 อาจดีกว่าที่เคยคาดไว้ทำให้เราปรับกำไรปี 2568 ขึ้น 5% จากเดิม โดยปรับยอดขายเพิ่มเป็น 132,758 ล้านบาท -4% y-y แต่ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 19% จากผลของค่าเงินบาทแข็งค่าและราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และลดค่าใช่จ่ายขายและบริหารลดลงจากเดิมเหลือ 14.3% ทำให้กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 4,473 ล้านบาท -10% y-y ขณะที่ปี 2026 ผู้บริหารยังไม่ให้เป้าหมายใหม่มา แต่เราคาดว่าการเติบโตของกำไรจะมาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงเป็นหลัก เราคาดยอดขาย 129,982 ล้านบาท -2% y-y จากเงินบาทแข็งค่า เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 4,623 ล้านบาท +3% y-y เราปรับราคาเหมาะสมปี 2026 ลงมาเหลือ 13 บาท/ หุ้น

“แม้งบไตรมาส 4/68  อาจดีกว่าที่เคยคาดไว้ แต่ส่วนหนึ่งมาจากอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด หากส่วนอื่น ๆ ไม่มีอะไรที่มีนัยต่อประมาณการ อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า เราคาดการดำเนินงานปี 2569 คงกลับมาโตได้เบา ๆ จากค่าใช้จ่ายที่ลดลง เราคงแนะนำ “ถือ” รอรับปันผล คาดการฟื้นตัวน่าจะทยอยดีขึ้นหลังการปรับโครงสร้างภายในช่วยต้นทุนลดลง ไม่ต้องรีบเข้าลงทุนก็ได้”