หุ้นไทยวันนี้ 19 ม.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 83 จุด -0.17% การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนก่อนจะเข้าสู่วันหยุดยาวในวันจันทร์ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.6% นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านประกอบกับนักลงทุนบางส่วนมีการปิดสถานะ Short
คืนวันศุกร์ที่ผ่านมิได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามมีปัจจัยที่น่าพิจารณาได้แก่ การปรับขึ้นของ US Bond Yield ที่ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับ Dollar Index ที่แข็งค่าขึ้นมา และตลาดหุ้นปรับลง สะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนที่ปิดรับความเสี่ยง
และหลังจากนั้นพบว่า ในช่วงวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทยประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกมาระบุใน Truth Social ว่าสหรัฐเตรียมจะขึ้นภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าทุกประเภทจาก 8 ประเทศในยุโรป มีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 ก.พ. สาเหตุหลักมาจากทรัมป์ต้องการกดดันให้ Denmark ขาย Greenland ให้กับสหรัฐ และหากยังไม่มีความคืบหน้าภาษีนำเข้าจะขยับไปที่ 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. มองเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนให้กับการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกแต่จะดีกับทองคำ (+GOLD03)
ปัจจุบันนั้น EU ถือเป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐ นำเข้าจากยุโรปอันดับแรก ฝั่งสหรัฐอาจเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น สินค้าที่สหรัฐ นำเข้าหลักๆ จากยุโรปได้แก่ รถยนต์ และรถบรรทุก 14% ยา และเวชภัณฑ์ 13% กับผลกระทบต่อประเทศไทยเชื่อว่า จำกัดทั้งในแง่ปัจจัยพื้นฐานตลาดหุ้น และเศรษฐกิจไทย แต่อาจมีผลกระทบกับหุ้นที่ประกอบกิจการใน EU (MINT KCE) และท่องเที่ยวไทยอาจโดนผลกระทบทางอ้อมจากการที่มีนักท่องเที่ยวฝั่ง EU (กรณีเศรษฐกิจ EU ถูกกระทบ)
แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยอาจถูกกระทบเชิงจิตวิทยาคล้ายกับช่วงที่ทรัมป์ประกาศสงครามการค้ากับทั่วโลกแต่รอบนี้เบาบางกว่าเพราะอยู่แค่เพียงยุโรป คืนนี้สหรัฐปิดทำการเนื่องในวัน Martin luther king JR หลังจากนั้นนักลงทุนจะกลับมาติดตามผลประกอบการวันอังคารหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการจะมี NETFLIX
ปัจจัยในประเทศวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวคาดว่านักลงทุนเริ่มมองถึง Election Rally ที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ตามสถิติตลาดหุ้นมักจะปรับขึ้นก่อน โดยกลุ่มที่โดดเด่นได้แก่ ค้าปลีก Top pick CPALL
วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับตัวลงในกรอบ 1260 – 1270 รับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ กับ EU ประกอบกับก่อนหน้าได้ฟื้นตัวขึ้นมาราว 2.5% อาจเผชิญกับแรง Take Profit แต่ยังเชื่อว่าผลกระทบต่อไทยจำกัด
เช้านี้ Nikkei -1% ราคาทองคำ +1.5% และทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น กลับมามองหากลุ่ม Defensive อาทิ สื่อสาร ADVANC โรงพยาบาล BDMS BCH กลุ่มค้าปลีก CPALL HMPRO กลุ่มการเงิน MTC SAWAD
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





