background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

‘หุ้นชิป‘ กอดคอพุ่ง รับอานิสงส์ TSMC กำไรโต35% สัญญาณบวกอุตสาหกรรม AI

‘หุ้นชิป‘  กอดคอพุ่ง รับอานิสงส์ TSMC กำไรโต35% สัญญาณบวกอุตสาหกรรม AI

‘หุ้นชิป‘ กอดคอพุ่ง รับอานิสงส์บริษัท TSMC รายงานผลกำไรแกร่งเกินคาด กำไรเพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน สัญญาณบวกอุตสาหกรรม AI โตต่อเนื่องปี 2569

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า หุ้นกลุ่ม “เซมิคอนดักเตอร์“ พุ่งขึ้นวานนี้ หลังจากบริษัท TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของโลก เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่แข็งแกร่งเกินคาด พร้อมส่งสัญญาณความเชื่อมั่นว่าความต้องการชิป AI จะยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปจนถึงปี 2569

TSMC รายงานรายได้ 1.046 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน และมีผลกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4 สูงถึง 5.05 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการชิปประมวลผล AI และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 77% ของบริษัท

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขานรับเชิงบวก

ข่าวความสำเร็จของ TSMC ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มชิปปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที นำโดยลูกค้ารายใหญ่และผู้ผลิตอุปกรณ์ นำโดยหุ้น Nvidia ปิดตลาดบวกกว่า 2%  AMD ปรับตัวขึ้นเกือบ 2% และ Broadcom เพิ่มขึ้น 1% 

ส่วนบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ Lam Research และ Analog Devices พุ่งขึ้นรายละ 4% ขณะที่ Applied Materials ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

 ดัชนี ETF กลุ่มชิปของ VanEck Semiconductor ETF  ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2%

TSMC จ่อทุ่มงบลงทุนมหาศาล

เวนเดล หวง (Wendell Huang) CFO ของ TSMC ระบุว่า บริษัทคาดการณ์การเติบโตต่อเนื่องและวางแผนเพิ่มงบลงทุนในปีนี้เป็น 5.2 - 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตชิปเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรที่ล้ำสมัยที่สุด

ทางด้าน ซีซี เว่ย (C.C. Wei) CEO ของ TSMC ยืนยันแผนการขยายฐานการผลิตทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากนโยบายภาษีศุลกากรโลก แม้จะยอมรับว่าโรงงานในต่างประเทศอาจมีต้นทุนการดำเนินงานที่สูงกว่าในไต้หวันก็ตาม

เจค ไล นักวิเคราะห์จาก Counterpoint Research ให้ความเห็นว่า ปี 2569 จะเป็น "ปีแห่งความก้าวหน้า" ของเซิร์ฟเวอร์ AI 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำและการขึ้นราคาในฝั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค สมาร์ทโฟนและพีซีซึ่งอาจกระทบความต้องการในบางเซกเมนต์