background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

S&P 500-ดาวโจนส์-แนสแด็ก ปิดสูงขึ้น หุ้นชิปและธนาคารพุ่ง

S&P 500-ดาวโจนส์-แนสแด็ก ปิดสูงขึ้น หุ้นชิปและธนาคารพุ่ง

ดัชนี S&P 500 ดาวโจนส์ และ แนสแด็กปิดสูงขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากหุ้นกลุ่มชิปและธนาคารปรับตัวสูงขึ้น หนุนตลาดหลังปรับตัวลงสองวันติดต่อกันก่อนหน้า

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีหลักทั้ง S&P 500 ดาวโจนส์ และแนสแด็กปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (15 ม.ค. 69)  ฟื้นตัวจากที่ร่วงลงติดต่อกันสองวัน เนื่องจากหุ้นกลุ่มชิปและธนาคารปรับตัวขึ้นช่วยหนุนตลาด

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 292.81 จุด หรือ 0.60% มาอยู่ที่ 49,442.44 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นธนาคาร Goldman Sachs และหุ้นเอไอ Nvidia ที่ปรับตัวขึ้น ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.26% มาอยู่ที่ 6,944.47 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 23,530.02 จุด

ดัชนีหลักๆ ปิดตลาดต่ำกว่าระดับสูงสุดระหว่างวัน โดยในการซื้อขายระหว่างวัน Dow Jones ปรับตัวขึ้น 431.55 จุด หรือ 0.88% S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.76% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.06%

หุ้นกลุ่มชิปนำตลาดหลังจากบริษัท Taiwan Semiconductor รายงานผลประกอบการไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยระบุว่าคาดว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุนในปี 2026 เป็นระหว่าง 52,000 ล้านดอลลาร์ถึง 56,000 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่บ่งชี้ถึงความมั่นใจในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) จากผู้ผลิตชิปรับจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก หุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 4%

ขณะที่กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH)เพิ่มขึ้น 2% และราคาหุ้น Nvidiaก็เพิ่มขึ้น 2% เช่นกัน

“ผลประกอบการของ Taiwan Semi ในวันนี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือแผนการใช้จ่ายด้านทุน ชี้ให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนว่าธุรกิจเอไอ อาจไม่เป็นฟองสบู่ในขณะนี้” คิม ฟอร์เรสต์ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ Bokeh Capital Partners กล่าว “พวกเขาจะใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างกำลังการผลิต”

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวสูงขึ้นหลังจากผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุด Goldman Sachs พุ่งขึ้นมากกว่า 4% หลังจากกำไรในไตรมาสที่สี่สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ หุ้นธนาคาร Morgan Stanley พุ่งขึ้นเกือบ 6% หลังจากหน่วยธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของธนาคารมีผลประกอบการที่ดีเกินคาดทั้งรายได้และกำไรสุทธิในไตรมาสที่สี่ โดยทั้งสองหุ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์

การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบก็เป็นปัจจัยหนุนตลาดเช่นกัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตปรับตัวลงมากกว่า 4%

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดยังชี้ให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ข้อมูลการขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 มกราคม อยู่ที่ 198,000 ราย ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทสื่อดาวโจนส์  คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย

การฟื้นตัวในวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นหลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลงติดต่อกันสองวัน เนื่องจากข่าวการเมืองหลายเรื่อง ทั้งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในอิหร่านและกรีนแลนด์ และอนาคตของความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน