background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"8 พรรคการเมือง" เปิดนโยบายฟื้นเชื่อมั่น ดันแอลทีเอฟ-ออมส่วนบุคคล เพิ่มบจ.หนุนสภาพคล่อง

"8 พรรคการเมือง" เปิดนโยบายฟื้นเชื่อมั่น ดันแอลทีเอฟ-ออมส่วนบุคคล เพิ่มบจ.หนุนสภาพคล่อง

"8 พรรคการเมือง" ร่วมหาทางรอดตลาดทุนไทย ในเวทีประชันวิสัยทัศน์ของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) พร้อมเสนอนโยบายดันสภาพคล่องผ่านกองทุนแอลทีเอฟ-บัญชีการออมส่วนบุคคล ดันปฏิรูปแก้เกณฑ์กำกับดูแลธรรมาภิบาล

8 พรรคการเมืองประชันนโยบายเศรษฐกิจก่อนเลือกตั้ง ประสานเสียงปัญหาใหญ่ “ความเชื่อมั่น” ถูกกระทบต่อเนื่องให้คะแนนหน่วยกำกับดิ่งติดลบ เร่งปฏิรูปทั้งระบบเสนอตั้งศาลเฉพาะตลาดหุ้นสางคดี เช็คธรรมาภิบาล ด้านสภาพคล่องหายเสนอทั้ง LTF รีเทิร์นดัน TISA  เพิ่มสินค้าดึงดูดเม็ดเงินพร้อมใจปั้น  new economy  

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO  ได้จัดเวที “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ - ตลาดทุนไทยรอด”  รวม 8 พรรคการเมืองภายใต้ “ทีมเศรษฐกิจ” 

         นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นตลาดทุนไทยมีปัญหาหนักมาก ทั้งพฤติกรรมทุจริตและการซื้อขายหุ้น การใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งสะท้อนกลไกตั้งแต่โบรกเกอร์เป็นด่านแรก ถัดมาตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเฉพาะสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่น่าผิดหวังในมุมมองของตนเองในการทำงาน

“คะแนน ก.ล.ต.ให้ติดลบและผิดหวังการทำงาน เพราะขณะที่ประธานองค์กรยังมีประเด็นโยงทุนเทาอยู่เลย นอกจากนี้หากให้ตลาดหุ้นฟื้นเพิ่มสินค้าดี ด้วยการเปิดการแข่งขันเป็นธรรมหนุนการลงทุนใหม่สามารถเข้าตลาดหุ้นเป็นตัวเลือกนักลงทุน ด้วยกติกาที่โปร่งใส ”

         ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการนโยบายให้ตลาดทุนเป็นกลไกที่ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ดีที่สุด จากนโยบายช่วงที่เป็นรัฐบาลยังไม่สำเร็จ เน้นพัฒนาตลาดทุนภายใต้วินัยทางการคลังรักษาระดับหนี้สาธารณะมีการผลักดันนโยบายยังไม่สำเร็จ G-Token ,Financial Hub , Token Asset หรือ  หวยเกษียณหากดำเนินการได้มีเม็ดเงิน 1.3 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อเข้าสู่ตลาดทุน และตลาดบอร์ด 

"8 พรรคการเมือง" เปิดนโยบายฟื้นเชื่อมั่น ดันแอลทีเอฟ-ออมส่วนบุคคล เพิ่มบจ.หนุนสภาพคล่อง

        นโยบายที่พรรคดำเนินการตลาดทุนเพิ่มปลดล็อกข้อจำกัดกฎระเบียบทั้งลดขั้นตอนไอพีโอเหลือ 1ปี จาก 2 ปี  ผลักดันเอสเอ็มอี เข้าตลาดหุ้นไทย และเป้าหมายสร้างกระดานซื้อขาย Digital Asset  ด้วยเป้าหมายมูลค่าตลาด 1 แสนล้านบาท จำนวนบัญชี 4 ล้านบัญชี

        รวมทั้งกระบวนการทำงานหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง  คลัง-ปปง.-ธปท.-ก.ล.ต.- ตลท.เห็นด้วยต้องทำงานร่วมกันมากขึ้น เพราะมักติดที่กระบวนการแต่มองว่าหากลดขั้นตอนไปได้ทำงานบรรลุผล 

         นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าว สนับสนุนนโยบายเสริมสร้างความเชื่อมั่นเพราะยอมรับว่านักลงทุนไม่กล้าลงทุนในตลาดหุ้นไทย จำเป็นที่ต้องส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้นภายใต้นโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินการช่วง4 ปีเป็นสร้างสตอรี่จุดขายเศรษฐกิจและตลาดหุ้น  พร้อมกับวินัยการคลังที่ลดการคอร์รัปชัน ไม่ก่อเพดานหนี้ สนับสนุนการออม TISA ผ่านให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและเว้นภาษี Capital Gain อีกด้านเสนอให้ปรับปรุงกฎระเบียบ เพราะหลายเคสช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์พอที่นำตัวการมารับโทษได้ชัดเจน ดังนั้นมองว่าคะแนนหน่วยงานตลาดทุนจึงค่อนข้างต่ำและยังต้องปรับปรุงการทำงานมากกว่านี้

"8 พรรคการเมือง" เปิดนโยบายฟื้นเชื่อมั่น ดันแอลทีเอฟ-ออมส่วนบุคคล เพิ่มบจ.หนุนสภาพคล่อง

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุหากเปิดให้เสรีโซลาร์เซลล์ ให้แข่งขันได้ ไม่ให้รายใหญ่ผูกขาดทำให้ธุรกิจใหม่ new economy ที่ต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากกล้าลงทุนในไทยเกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น การดึงกองทุน LTF กลับมาเพื่อรองรับกลุ่มที่มีรายได้จากธุรกิจดิจิทัลที่รวยเร็ว  การแก้ไขการทำธุรกิจของธนาคารที่ไม่มีการแข่งขัน เพราะใช้ระบบเครดิตบูโรมาเป็นเครดิตสกอร์ริ่งใครคะแนนสูงได้ต้นทุนต่ำใครคะแนนต่ำได้ต้นทุนสูงเพื่อให้ปิดจบหนี้ได้รวดเร็ว  หากทำได้ดัชนีหุ้นไทยไปถึง2,000 จุดปี 2570 ได้

        ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เชื่อมั่นว่านโยบายพรรคทำให้หุ้นไทยกลับมา turn around จากการกำหนดทิศทางหากเป็นรัฐบาลเพิ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเข้าตลาดผ่านการสนับสนุนทลายการผูกขาดของรายใหญ่จนแข่งขันได้ ซึ่งจะเพิ่มมาร์เก็ตแคปให้ตลาดหุ้น  ผลักดันการออมส่วนบุคคลมากกว่ากองทุนลดหย่อนภาษีเพราะทำให้เกิดการแข่งขันจนลดค่าธรรมเนียมที่เป็นต้นทุนของนักลงทุนได้  ลดอุปสรรคการซื้อขาย Speed Bump ลดความเร็ว  HFT ทบทวนให้ market marker สามารถ short ได้  แก้ Tick size ตลาดหุ้นกว้างไป   และตรวจสอบธรรมาภิบาลตั้งแต่หน่วยงานกำกับตลาดทุนลงไปให้ไร้การเมืองแทรกแซงแต่งตั้งหรือโยกย้าย

"8 พรรคการเมือง" เปิดนโยบายฟื้นเชื่อมั่น ดันแอลทีเอฟ-ออมส่วนบุคคล เพิ่มบจ.หนุนสภาพคล่อง

         นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย จะเพิ่มสินค้าใหม่ทั้ง Digital Asset   เกิด Token Thailnd  นำสินค้าที่ไทยถูกกดราคามาซื้อขายในตลาดเพื่อดึงดูดการลงทุน การสนับสนุนการออมหุ้นควบคู่กับคริปโทฯ เพื่อสร้างเวลท์  อีกด้านความไม่เชื่อมั่นเพราะบางเกณฑ์ทำได้โดยไม่มีความผิดเช่น มีเกณฑ์ short sell ถูกต้องแต่หาก market marker กลับทำไม่ได้แตกต่างต่างประเทศเปิดให้ทำแบบถูกต้องเพื่อสร้างสมดุลในตลาด หรือการจำนำหุ้นที่เกิดเคสจำนวนมากแต่ไม่ผิดกฎหมาย จนเกิดการ ​ForcedSell  ดังนั้นหากหน่วยงานกำกับตั้งใจให้ตลาดทุนไทยฟื้นตัวจริงต้องกล้าบอกว่าต้องการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนอะไร 

“ปัญหาขาดสินค้าในตลาดหุ้น แต่ต้องการบจ.  ที่ซื่อสัตย์สุจริตหากตั้งใจทำให้ตลาดทุนไทยดีจริงต้องจริงจังแก้ไขจุดไหน เพราะบทบาทต้องทำ 2 ด้านคือใครเข้ามาตลาดทุนคือลูกค้าที่ต้องดูแล แต่อีกบทบาทใครทำผิดสามารถลงโทษได้ทันที มีความเฉียบขาด ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังไม่จุดนี้ ”

         ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่  กล่าวถึง การมาตรการเชิงรุกป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เข้มขึ้น พร้อมเสนอปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตั้งศาลเฉพาะตลาดทุนเพื่อพิจารณาตลาดทุนโดยเฉพาะ ยิ่งหากพบการซื้อขายที่ผิดปกติสามารถล็อกเงินและผลประโยชน์เอาไว้ไม่ให้เกิดความเสียหาย

         ด้านเพิ่มสภาพคล่องมีการนำกองทุน LTF กลับมาเพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว กองทุนโครงรสร้างพื้นฐาน และต้องบ่งบอกให้นักลงทุนประชาชนรับทราบด้วยว่ารัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลปฏิรูปทำงานให้โปร่งใสมีการตรวจสอบได้และลงโทษผู้กระทำที่ชัดเจน 

          นายนิกร ซัจเดว์ ทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม กล่าวสร้างดีมานด์กลับมายังตลาดหุ้นไทยยกเครื่องธุรกิจระดับไมโครให้เติบโตได้ ภาครัฐสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มหากเป็น made in thailand  แก้ปัญหาความขัดแย้งฐานะนักลงทุน หรือในฐานะเจ้าของธุรกิจและปมประเด็นกลุ่ม HFT  ให้นักลงทุนตระหนักเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่แค่เก็งกำไรระยะสั้น เพื่อให้ความเชื่อมั่นตลาดทุนกลับมาและยังเพิ่มสินค้าหนุนสภาพคล่อง