"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (14 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,244.30 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.00 จุด หรือคิดเป็น +0.73%นักวิเคราะห์มองว่าดัชนีฟื้นตัวโดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากดีมานด์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้านหุ้นโรงพยาบาลฟื้นตัวเช่นกันจากการซื้อคืนหุ้นเรียกคืนเชื่อมั่น
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (14 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,244.30 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.00 จุด หรือคิดเป็น +0.73% โดย ดัชนีทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,247.30 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,235.86 จุด โดยมี มูลค่าซื้อขาย รวม 39,177.88 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
- PTT: ราคาปิด 32.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+3.15%) มูลค่าซื้อขาย 3,246.32 ล้านบาท
- SCB: ราคาปิด 140.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.36%) มูลค่าซื้อขาย 2,502.88 ล้านบาท
- KBANK: ราคาปิด 192.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.26%) มูลค่าซื้อขาย 2,468.01 ล้านบาท
- ADVANC: ราคาปิด 338.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท (+1.81%) มูลค่าซื้อขาย 2,291.10 ล้านบาท
- DELTA: ราคาปิด 160.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.31%) มูลค่าซื้อขาย 2,290.74 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางบวก จากหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT เป็นหลัก โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับ AI
ด้านหุ้นโรงพยาบาลอย่าง BDMS ปรับตัวดีขึ้นเช่นเดียวกัน สาเหตุคาดว่ามาจากการที่ผู้บริหารทยอยซื้อหุ้นคืนเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (15 ม.ค.) ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในทางบวก มีแนวรับอยู่ที่ 1,235-1,245 จุด แนวต้าน 1260 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามองได้แก่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันให้เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากซัพพลายของน้ำมันมาจากอิหร่านกว่า 3-4% โดยสิ่งนี้อาจเป็นมุมมองเชิงบวกแก่หุ้นกลุ่มพลังงาน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นนักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น PTTGC IVL อย่างไรก็ตามในระยะยาวหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีอาจจะได้ประโยชน์เนื่องจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นหลังการสต็อคสินค้าก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ผนวกกับซัพพลายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากเวเนซุเอลา





