หุ้นไทยวันนี้ 13 ม.ค.69 โบรกเผยคืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ

หุ้นไทยวันนี้ 13 ม.ค.69 โบรกเผยคืนนี้รอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ เผย คืนนี้ต้องติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ซึ่ง Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% YoY โบรกเกอร์ประเมินว่า SET INDEX วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1230 – 1250 จุด ตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่มีสัญญาณบวก

KEY

POINTS

  • คืนนี้ต้องติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ซึ่ง Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% YoY
  • โบรกเกอร์ประเมินว่า SET INDEX วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1230 – 1250 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่มีสัญญาณบวก
  • ตลาดหุ้น Dow Jones ของสหรัฐฯ ปิดบวกทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
  • กลยุทธ์การลงทุนแนะให้เน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว มีกระแสเงินสดมั่นคง และปันผลดี เช่น กลุ่มสื่อสาร ธนาคาร และเครื่องดื่ม

หุ้นไทยวันนี้ 13 ม.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 86 จุด (+0.17%) ปิดระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้น Technology โดยนักลงทุนมองข้ามความวิตกระหว่างทรัมป์กับ FED ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.8% ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ว่าอิหร่านจะกระทบการส่งออกน้ำมัน

เมื่อวานที่ผ่านมาแม้อาจจะมีรายงานว่าทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้กล่าวหาประธาน FED ในการใช้งบประมาณปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของ FED ที่ค่อนข้างสูง พร้อมกับกล่าวหาว่าทาง FED มีการสร้างห้องอาหาร VIP และระเบียงสวนที่หรูหราเกินกว่าความจำเป็น

แต่อย่างไรก็ตามหลายๆ กระแสก็เชื่อว่าเป็นเพียงแรงกดดันที่อยากให้ประธาน FED ลดดอกเบี้ย แม้ในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับลงจากประเด็นนี้แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาปิดบวกได้ แรงหนุนจากหุ้นอย่าง Alphabet +1% (Market Capitalization มากกว่า 4 ล้านล้าน $ เป็นครั้งแรก) รวมไปถึง Wallmart +3% หลังมีรายงานว่าประกาศร่วมมือกับ Alphabet ในการนำ AI มาช่วยลูกค้าเลทอกสินค้า 

ด้านราคาทองคำก็ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ได้แรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยของ FED ประกอบกับสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางและการโจมตีประธาน FED จากทรัมป์ มองแนวโน้มยังดีต่อเนื่องเพียงแต่ระหว่างทางอาจเผชิญการทำกำไรบ้าง หลังจากนี้เชื่อว่าตลาดจะรอดูผลประกอบการไตรมาส 4/68 ที่ทยอยรายงานออกมารวมไปถึงคืนนี้จะมีการประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7%YoY , 0.3%MoM พร้อมกับยอดขายบ้านมือหนึ่งที่ 7.16 แสนหลังคาเรือน (หากแย่กว่าคาดการณ์มองเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาด) 

สำหรับปัจจัยในประเทศพบว่าวานนี้กลุ่มโรงพยาบาลปรับลงอย่างมีนัยยะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าบริษัทประกันจะยกเลิกการขายประกันแบบเหมาจ่ายเปลี่ยนเป็นจ่ายร่วม (Copay) ซึ่งอาจกระทบรายได้ของกลุ่มโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่า ผลกระทบจำกัดเพราะมีผลบังคับใช้กับกรมธรรม์ฉบับใหม่ที่ไม่มีผลย้อนหลังรวมไปถึงโรงพยาบาลที่ให้ลูกค้าระดับบนผู้ป่วยนั้นมีกำลังจ่ายอยู่แล้ว ราคาหุ้นที่ปรับลงมา อาจมองเป็นโอกาสสำหรับลงทุนระยะกลางแต่แนะรอติดตามผลประกอบการไตรมาส 4/68 ก่อนจะพิจารณาลงทุน 

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1230-1250 การหลุดต่ำกว่า 1250 สร้างแรงกดดันเชิงลบในแง่จิตวิทยาประกอบกับตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยหนุนเพราะในเชิงพื้นฐานไม่ค่อยโดดเด่นจากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำและนักท่องเที่ยวยังไม่มีสัญญาณเชิงบวก ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเช่นในกลุ่มที่กระแสเงินสดมั่นคง มีปันผลระดับน่าพึงพอใจ อาทิ สื่อสาร (ADVANC) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB KKP SCB) เครื่องดื่ม (ICHI) นิคม (AMATA)