‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย  วงการโบรกชี้ ก.ล.ต. ควรเร่งดำเนินการให้เด็ดขาด หวังเป็นกรณีตัวอย่าง ดึงเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

“ดีเอสไอ” ไล่บี้คดี “หุ้นมอร์” ที่สร้างความเสียหายมูลค่า 4.5 พันล้าน ออกหมายจับ “กลุ่มพรประภา” หลังเบี้ยวนัด “อัยการพิเศษ” เมื่อ 5 ม.ค. 69 ขณะที่กระแสข่าวลือหนาหู “คิม เอกภัทร” ซุ่มบวชเงียบ พร้อมวัดใจ “สมนึก-อมฤทธิ์” 16 ก.พ. นี้ จะมาตามนัดหรือไม่!

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

ความคืบหน้าคดี “หุ้น MORE” หรือ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ที่มีความยืดเยื้อมานาน ทว่าล่าสุด “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” (DSI) และ “พนักงานอัยการพิเศษ” ไม่นิ่งเฉยเดินหน้าใช้มาตรการเข้มข้น เพื่อดำเนินการไล่บี้ “ผู้ต้องหา” คดีหุ้น MORE มูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาท

และล่าสุดเปิดปี 2569 มาทาง “ดีเอสไอ-อัยการพิเศษ” มีการนัดหมาย “ผู้ต้องหา 3 รายสำคัญ” นามสกุลดัง “พรประภา” แต่พบว่าบรรดาผู้ต้องหาไม่มาตามนัดอัยการพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ดังนั้น ขั้นตอนดำเนินการต่อไปทางดีเอสไอจึงเตรียมออกหมายจับ “ผู้ต้องหา” ทันที     

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดว่าผู้ต้องหาบางรายอาจหลบหนีออกนอกประเทศ หรือเลือกทางเข้าสู่ “สมณเพศ” (บวช) เพื่อหลีกเลี่ยงคดีหุ้น MORE กลับเดินหน้าสู่จุดชี้ขาดอีกครั้ง ซึ่งวันที่ 16 ก.พ. 2569 กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งจะเป็นวันนัดหมายกลุ่มผู้ต้องหาล็อตถัดไปที่จะเข้ารับฟังคำสั่งอัยการ ท่ามกลางการจับตาของนักลงทุนอย่างใกล้ชิด อย่าง นายสมนึก กยาวัฒนกิจ (สมนึก ตงฮั้ว) นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ (เฮียม้อ) และ นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ จะมีใครปรากฏตัวตามนัด หรือจะกลายเป็นชนวนให้เกิดการออกหมายจับระลอกใหม่ ที่อาจเขย่าความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอีกครั้ง

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ความคืบหน้าคดี “หุ้น MORE” ว่า ขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือจากพนักงานอัยการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากมีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณารายละเอียดในทุกมิติอย่างรอบคอบก่อนจะมีข้อยุติ

ในส่วนของกระแสข่าวลือเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี โดยเฉพาะกรณีที่มีการอ้างว่า “กลุ่มพรประภา” ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว รวมถึงกรณีของ “คิม-เอกภัทร พรประภา” ซึ่งมีข่าวว่าได้อุปสมบทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่า มีความผิดตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทุกรายจะต้องถูกติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ได้รับหนังสือกับทางอัยการ กำลังจะเตรียมข้อมูล และอีกส่วนหนึ่งเขามีคำร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งยังไม่ได้มีผลการพิจารณา แต่ก็คงต้องตามตัวมา ในส่วนของกระแสข่าว คิม-เอกภัทร พรประภา ไปบวชถ้ามีความผิดก็ต้องให้สึก”

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

ขณะเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กพบความเคลื่อนไหวจากบัญชีผู้ใช้ชื่อ Yuwared Sarutanond ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 29,000 คน และเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลใกล้ชิดของ พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่าไปร่วมงานอุปสมบทของ “คิม พรประภา” ณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบว่าโพสต์บางส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าวได้ถูกลบออกจากเฟซบุ๊กแล้ว ท่ามกลางความสนใจและการจับตาของสังคมออนไลน์ เนื่องจาก “คิม พรประภา” เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดีหุ้น MORE ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เนื่องจากคดีมีความซับซ้อนและสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน วันที่ 16 ก.พ. นี้ มีกำหนดนัดหมายกลุ่มของ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ (สมนึก ตงฮั้ว) และนายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ (เฮียม้อ) และผู้เกี่ยวข้องรายอื่น โดยในแวดวงตลาดมีการคาดการณ์ว่าผู้ถูกเรียกตัวเข้าพบอัยการบางรายอาจไม่ปรากฏตัวตามนัดหมายเช่นกัน

‘DSI’ ล่า ‘พรประภา’ ปม MORE ‘พ.ต.ต.ยุทธนา’ แจงแม้ผู้ต้องหา ‘หนีต่างประเทศ-บวช’ ไม่ช่วย 

อย่างไรก็ดี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) มีแนวโน้มจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดในคดีนี้เพื่อใช้เป็นกรณีตัวอย่าง เนื่องจากหากไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างจริงจัง จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทย และอาจทำให้การฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระยะยาวเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหา สมนึก ตงฮั้ว ไม่ใช่บุคคลที่เป็นที่รู้จักในวงสังคมระดับสูงเหมือนตระกูลดัง อย่าง “กลุ่มพรประภา” ทำให้การหลบหนี หรือกบดานสามารถทำได้ง่ายกว่า ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องอาศัยความเข้มข้นและความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

โดยทิศทางการจัดการคดีหุ้นฉาวในครั้งนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแล ว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ 

“ตลาดทุนไทย” ได้มากน้อยเพียงใดในช่วงต่อจากนี้