“หุ้นค้าปลีก” ส่อซึมยาว SSSG ฟื้นตัวช้า โบรกเกอร์ให้ CPALL CRC กระทบน้อยสุด รอท่องเที่ยวฟื้น

“หุ้นค้าปลีก” ส่อซึมยาว SSSG ฟื้นตัวช้า โบรกเกอร์ให้ CPALL CRC กระทบน้อยสุด รอท่องเที่ยวฟื้น

CGSI มองราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกใกล้แตะจุดต่ำสุด SSSG ยังคงติดลบถึงปลายไตรมาส 1 ปี 69 จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า ด้านธุรกิจซ่อมแซมบ้านกระทบหนักจากรายได้ครัวเรือนต่ำ และเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่เนแนล หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มูลค่าของหุ้นกลุ่มค้าปลีกใกล้จะแตะสถิติต่ำสุดใกล้เคียงในอดีตแล้ว แต่ราคาหุ้นยังไม่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในระยะสั้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าโมเมนตัมของอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ยังคงเป็นเชิงลบ และมีแนวโน้มทำกำไรยังไม่ชัดเจน โดยแรงหนุนจากการประเมินมูลค่าอย่างเดียวอาจไม่พอทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสามเดือนข้างหน้า

CGSI คาดการณ์ว่า SSSG จะยังหดตัวในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยเฉพาะผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาการท่องเที่ยวสูง โดยเฉพาะ 7-Eleven ของ CPALL และ BigC ของ BJC น่าจะมี SSSG ติดลบไปจนถึงปลายไตรมาส 1 ปี 2569 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของสถิตินักท่องเที่ยวที่น่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ร้าน 7-Eleven ของ CPALL น่าจะมี SSSG เดือนธ.ค. ที่ติดลบน้อยลงเมื่อเทียบกับในเดือนพ.ย. เนื่องจากเชื่อว่าผลกระทบจากโครงการคนละครึ่งของรัฐ ที่ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสินค้าในร้านโชห่วย ค่อยๆ ลดลง ขณะที่ Tops ของ CRC น่าจะเป็นรูปแบบร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ดีที่สุด จึงน่าจะมี SSSG ติดลบอยู่ที่ประมาณ 2% จากฐานลูกค้าที่มั่นคงกว่า และยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่างๆ น้อยกว่า

ขณะเดียวกันผู้ค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากโครงการ e-receipt อย่าง HMPRO และ CRC คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฐานยอดขายที่จะไม่สนับสนุนการเติบโตอีกต่อไป นอกจากนี้ SSSG ของกลุ่ม Home improvement จะยังอยู่ในแดนลบ เพราะมีปัจจัยลบจากรายได้ครัวเรือนที่เติบโตต่ำ และเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด 

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า ผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจะยังคงมี SSSG ติดลบเป็นเลขหลักเดียวตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงปานกลางในเดือนธ.ค.68 โดย BigC ของ BJC น่าจะทำผลงานได้ไม่มีเท่าที่คาดไว้ ด้วย SSSG ที่ติดลบประมาณ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่สูงในปีที่แล้วจากผลประกอบการที่ดีของสาขาในแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งผลกระทบจากการปิดสาขาชั่วคราวบริเวณใกล้ชายแดนจากความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า SSSG ของกลุ่ม home improvement ในเดือนธ.ค.68 มีความผันผวนแบบผสมผสาน ผู้ค้าปลีกสินค้า Home improvement แต่ละรายน่าจะมี SSSG แตกต่างกัน โดยได้รับแรงกดดันหลักจากปัจจัยภายนอกมากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์พื้นฐาน ทั้งนี้ SSSG ของ DOHOME มีแนวโน้มขยายตัวลดลงต่อเนื่อง 13% ในเดือนธ.ค. จากผลกระทบของความขัดแย้งไทย – กัมพูชา ซึ่งรบกวนการดำเนินงานของสาขาหลายแห่ง รวมถึงสาขาหลักที่จังหวัดอุบลราชธานี

ขณะที่ MegaHome ของ HMPRO ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคใต้ โดยมีสาขาที่หาดใหญ่ 1 แห่งต้องปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย.จนถึงสิ้นเดือนธ.ค.68 ส่งผลให้ SSSG น่าจะลดลงอยู่ที่ราว 7% ถึง 8% ในทางตรงกันข้าม HomePro ของ HMPRO และ Thai Watsadu ของ CRC ได้รับอานิสงส์จากความต้องการซ่อมแซม และทดแทนสินค้าหลังเหตุอุทกภัย ซึ่งน่าจะช่วยให้ SSSG ในเดือนธ.ค.ติดลบน้อยลง ส่วน GLOBAL แม้จะได้รับแรงหนุนบางส่วนจากแรงซื้อหลังน้ำท่วมในภาคใต้ แต่ถูกหักล้างด้วยยอดขายที่อ่อนตัวลงของสาขาในพื้นที่ใกล้ชายแดน ส่งผลให้ SSSG ในเดือนธ.ค.ยังคงติดลบ 5% ใกล้เคียงกับเดือนพ.ย.

 

ในภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคน่าจะยังคงอ่อนตัวในเดือนธ.ค.68 และ ทำให้ SSSG ของผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่น่าจะยังอยู่ในแดนลบ ขณะที่ MOSHI เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่โดดเด่น โดยจากประมาณการคาดว่าจะรายงาน SSSG ที่จะเพิ่มขึ้นราว 7-8% ในเดือนธ.ค.68 โดยเร่งตัวขึ้นจาก 2% ในเดือนพ.ย. ทั้งนี้ มองว่าการเร่งตัวดังกล่าว สะท้อนถึงการหมดไปของฐานสูงในช่วงต.ค. ถึงต้นพ.ย.67 ที่กดดันการเติบโตชั่วคราว ที่สำคัญเชื่อว่าผลประกอบการในเดือนธ.ค.ของ MOSHI น่าจะบ่งชี้ถึงโมเมนตัมที่ดีขึ้นด้วย ส่งผลต่อ SSSG ในไตรมาส 4/68 ที่น่าจะบวก 0-1% จะยิ่งตอกย้ำตำแหน่งของ MOSHI ในฐานะหุ้นเติบโตท่ามกลางการบริโภคที่อ่อนแอ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) กลุ่มค้าปลีก และยังเลือก MOSHI และ MRDIYT เป็นหุ้น Top pick เนื่องจากมองว่าทั้งสองบริษัทน่าจะทำกำไรแข็งแกร่ง มีปัจจัยหนุนการเติบโตที่ชัดเจน และทนทานต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่กลุ่มค้าปลีกจะมี upside risk หากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวดีกว่าคาด และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐมีประสิทธิภาพรวมถึงครอบคลุมมากขึ้น ส่วน downside risk จะมาจากการบริโภคที่อ่อนตัว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์