หุ้นไทยวันนี้ 12 ม.ค.69 โบรกแนะลงทุนเกาะไปกับธีมดอกเบี้ยลง

หุ้นไทยวันนี้ 12 ม.ค.69 โบรกแนะลงทุนเกาะไปกับธีมดอกเบี้ยลง

บล.พาย แนะลงทุนเกาะธีมความคาดหวังการลดดอกเบี้ย หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ ตลาดหุ้นไทยที่ยังขาดปัจจัยใหม่ในประเทศ อาจได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย กลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่ได้รับประโยชน์จากธีมดังกล่าว เช่น กลุ่มปันผลดี (ICHI, SCB, KBANK, KTB) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP, SPALI)

KEY

POINTS

  • บล.พาย แนะลงทุนเกาะธีมความคาดหวังการลดดอกเบี้ย หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์
  • ตลาดหุ้นไทยที่ยังขาดปัจจัยใหม่ในประเทศ อาจได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย
  • กลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นเป็นรายตัวที่ได้รับประโยชน์จากธีมดังกล่าว เช่น กลุ่มปันผลดี (ICHI, SCB, KBANK, KTB) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP, SPALI)

หุ้นไทยวันนี้ 12 ม.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 237 จุด (+0.48%) ได้แรงหนุนจากการจ้างงานเพิ่มขึ้นน้อยกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2.2% แรงหนุนจากความกังวลอุปทานที่เกิดขึ้นจากการประท้วงในอิหร่านรวมไปถึงการโจมตีกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรพบว่าเพิ่มขึ้นเพียง 5 หมื่นรายแย่กว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่น แต่อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% พร้อมกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกนที่ดีกว่าคาดการณ์ 

ทั้งนี้ หลังจากทราบผลพบว่า US Bond Yield กลับปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าตลาดให้น้ำหนักกับอัตราการว่างงานที่ลดลงผสานกับความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้น ทางมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่าความเชื่อมั่นที่ปรับขึ้นมาจากความคาดหวังเชิงเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแต่ผู้บริโภคบางส่วนก็เริ่มรู้สึกคลายกังวลเกี่ยวกับภาระจากภาษีนำเข้า รายงานฉบับนี้ รวบรวมก่อนเกิดการบุกโจมตีเวเนซุเอลา หรืออีกส่วนอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันดิบที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นมา แต่ก็ยังเชื่อว่าเป็นเพียงการปรับขึ้นระยะสั้นเพราะยังเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกิน 

ในขณะที่ TSMC ได้รายงานยอดขายสำหรับเดือน ธ.ค. ที่ 3.35 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+20%YoY) และทั้งปี 25 ที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (+31.6%YoY) ยังเห็นการเติบโตอยู่สำหรับรายเดือนเพียงแต่ชะลอลงบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสะท้อน Demand ที่แข็งแกร่งใน Semiconductor (+NVIDIA , GOOGL , MSFT , AMAZON) แนะรอติดตามผลประกอบกลุ่ม Tech ที่เหลือในช่วงปลายเดือน ม.ค. 

สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนทยอยรอติดตามผลประกอบการที่จะรายงานหลังจากนี้จะเริ่มที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์รวมไปถึงการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ. ทำให้ตลาดหุ้นช่วงนี้จะยังค่อนข้างไร้ปัจจัย ส่งผลให้ SET INDEX ในช่วงวันศุกร์ปิดทรงตัว (+0.04%) 

โดยรอติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนวันอังคาร (CPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.7%YoY วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1245 – 1260 ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะในประเทศแต่ต่างประเทศอาจเข้ามาหนุนดัชนีได้บ้างจากความคาดหวังลดดอกเบี้ย 

อย่างไรก็ตาม Upside ยังคงจำกัดด้วยปัจจัยพื้นฐาน ทั้งนี้เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกเป็นรายตัว อาทิ หุ้นที่อิงกับผลประกอบการจากต่างประเทศ (MINT TU ITC) กลุ่มที่ปันผลดี (ICHI SCB KBANK KTB) ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ปัจจัยหนุนการกระตุ้นของภาครัฐ ศูนย์การค้า (CPN) กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อสังหาฯ (AP SPALI)