“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (8 ม.ค. 2569) ปิดร่วง 27.22 จุด รับ DELTA ขายบิ๊กล็อตหุ้นราคาดิสเคาท์

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (8 ม.ค. 2569) ปิดร่วง 27.22 จุด รับ DELTA ขายบิ๊กล็อตหุ้นราคาดิสเคาท์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,253.60 จุด โดยปรับตัวลดลง 27.22 จุด หรือคิดเป็น 2.12% นักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนีได้รับแรงกดดันหลักจากหุ้น DELTA ที่ปรับตัวลดลงแรง หลังจากผู้ถือหุ้นใหญ่มีการขายหุ้นบิ๊กล็อต ในราคาส่วนลด แม้กลุ่มธนาคารจะยังคงปิดแดนบวกพยุงดัชนีไว้ได้บ้าง

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,253.60 จุด โดยปรับตัวลดลง 27.22 จุด หรือคิดเป็น 2.12% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,268.61 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,251.40 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 48,218.82 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

  1. DELTA: ราคาปิด 162.00 บาท ลดลง 24.00 บาท (-12.90%) มูลค่าซื้อขาย 7,950.23 ล้านบาท
     
  2. KBANK: ราคาปิด 194.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.57%) มูลค่าซื้อขาย 2,414.88 ล้านบาท
     
  3. KTB: ราคาปิด 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.77%) มูลค่าซื้อขาย 1,633.26 ล้านบาท
     
  4. SCB: ราคาปิด 140.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+0.72%) มูลค่าซื้อขาย 1,574.97 ล้านบาท
     
  5. AOT: ราคาปิด 51.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท (+0.49%) มูลค่าซื้อขาย 1,286.16 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)  เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางลบจากการขายบิ๊กล็อตหุ้นเดลต้า จำนวน 51.2 ล้านหุ้น ซึ่งมีส่วนลดราว 6-8% จากราคาปิดเมื่อวาน ส่งผลให้ดัชนีปรับลงแรงราวบาทละหนึ่งจุด แม้แรงซื้อกลุ่มแบงก์จะเข้าประคองดัชนีไว้

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นบิ๊กล็อตแบบเฉพาะเจาะจงของ DELTA ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อนโดยเมื่อผนวกกับรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 ที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้ในครั้งนั้น DELTA ปรับลงต่อเนื่องถึง 62% ในระยะเวลา 3 เดือน ในครั้งนี้เองก็มีความท้าทายจากราคาทองแดงที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ยังมีมุมมองเชิงลบต่อหุ้น DELTA ในระยะข้างหน้า

 

 

 

ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเเกว่งตัวไซด์เวย์ดาวน์ อยู่ในกรอบแนวรับ 1,250 จุด และแนวต้าน 1,264 จุด โดยคาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรจากตลาดภูมิภาคเข้ากดดันดัชนี

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเน้นลงทุนให้หุ้นกลุ่มประกันภัย เช่น BLA TLI ซึ่งให้ปันผลสูงราว 4% เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่มธนาคารหรือไฟแนนซ์ รวมถึงเน้นลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ให้ปันผลสูง เช่น TACC