“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (7 ม.ค. 2569) ปิดบวก 6.07 จุด กลุ่มปิโตรเคมีหนุนดัชนี ลุ้นเอเชียโฟลว์-ธีมเลือกตั้งเป็นแรงส่ง

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,280.82 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.07 จุด หรือคิดเป็น 0.48% นักวิเคราะห์ชี้บรรยากาศการลงทุนได้รับปัจจัยหนุนจากหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี คาดกระแสเงินลงทุนเอเชียไหลเข้าเป็นแรงส่งในช่วงธีมเลือกตั้ง
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 ม.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,280.82 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.07 จุด หรือคิดเป็น 0.48% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,281.04 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,272.83 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 38,904.23 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
- DELTA: ราคาปิด 186.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.64%) มูลค่าซื้อขาย 2,553.53 ล้านบาท
- PTTEP: ราคาปิด 108.50 บาท ลดลง 3.50 บาท (-3.13%) มูลค่าซื้อขาย 1,964.88 ล้านบาท
- KBANK: ราคาปิด 191.50 บาท ลดลง 3.00 บาท (-1.54%) มูลค่าซื้อขาย 1,850.90 ล้านบาท
- SCC: ราคาปิด 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+4.74%) มูลค่าซื้อขาย 1,629.08 ล้านบาท
- ADVANC: ราคาปิด 320.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-0.31%) มูลค่าซื้อขาย 1,471.24 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางบวกนำโดยกลุ่มปิโตรเคมี อีกทั้งหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กโดยรวมก็ปรับขึ้นตามเช่นเดียวกัน
ด้านปัจจัยที่จะเข้ามาเป็นแรงส่งดัชนีในช่วงนี้ คาดว่า มาจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะในเอเชีย ร่วมกับความคาดหวังต่อผลการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.
ในขณะที่วันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเเกว่งตัวในทางบวก อยู่ในกรอบแนวรับ 1,275 จุด และแนวต้าน 1,300 จุด โดยคาดว่าในปีนี้ตลาดหุ้นไทยจะเติบโตสอดคล้องไปกับตลาดเอเชีย ทั้งนี้ มีปัจจัยที่ต้องจับตาได้แก่การเคลื่อนไหวของดัชนี MSCI Asia Pacific และค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า
ด้านกลยุทธ์การลงทุน : นักลงทุนควรเน้นลงทุนให้หุ้นกลุ่มปันผลที่มีราคาถูกเมื่อเทียบกับพื้นฐาน เช่น BCP และ BDMS รวมถึงกลุ่มธนาคารและไฟแนนช์ เช่น KTB MTC กลุ่มพลังงานอย่าง BCPG และกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL







