“MGI” ดันชำระโหวต Miss Grand เป็นคริปโท เริ่มรับรู้รายได้ Q1/69

“MGI” ดันชำระโหวต Miss Grand เป็นคริปโท เริ่มรับรู้รายได้ Q1/69

MGI ผุดไอเดียร่วมมือ FDX Tech ในสิงคโปร์ ผ่านบริษัทย่อย MGI X รับชำระค่าโหวตประกวด Miss Grand เป็นคริปโทฯ ในรูปแบบของ USDT และ USDC ระยะเวลา 5 ปี เริ่มปี68-73 เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 69  

นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เปิดเผยว่าตามที่บริษัทได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินงานของบริษัทย่อย เอ็มจีไอ เอ็กซ์ จำกัด (“MGI X”) ตามหนังสือบริษัท เลขที่ MGI18-2568 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2568 นั้น บริษัทขอแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาความร่วมมือดังกล่าว เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและชัดเจน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

บริษัทขอแจ้งว่า MGI X ได้เข้าทำสัญญาความร่วมมือกับ บริษัท FDX Tech Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งตามกฎหมายประเทศสิงคโปร์ โดยมี นายรัชพล จันทรทิม ประธานกรรมการบริษัท เอ็มจีไอ เอ็กซ์ จำกัด และ Mr. Wan Tong Chee ประธานกรรมการบริษัท FDX Tech Pte. Ltd. เป็นผู้ลงนามในสัญญาความร่วมมือ โดยมีสาระสำคัญเพิ่มเติมดังนี้

1. ลักษณะการประกอบธุรกิจของ FDX Tech Pte. Ltd. บริษัท FDX Tech Pte. Ltd. ทำหน้าที่พัฒนาและให้บริการระบบเพื่อรองรับการรับชำระค่าการโหวตการประกวด Miss Grand ด้วยคริปโทเคอร์เรนซี โดยบริษัท FDX เป็นผู้รับคริปโทเคอร์เรนซีจากการโหวตดังกล่าวให้แก่ MGI X ทั้งนี้ เหรียญดิจิทัลประเภท USDT และ/หรือ USDC ที่ได้รับจากการโหวตดังกล่าวจะถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท FDX Tech Pte. Ltd.

2. อายุสัญญาความร่วมมือ สัญญาความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2573

3. การแบ่งรายได้ รายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมภายใต้สัญญาความร่วมมือดังกล่าว จะถูกแบ่งปันระหว่างบริษัทและคู่สัญญาตามเงื่อนไข และอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาความร่วมมือ ทั้งนี้ การแบ่งรายได้ดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างคู่สัญญา และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินของบริษัท

4. การรับรู้รายได้ บริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากความร่วมมือดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาสที่ 1ปี 2569 เป็นต้นไป

5. ความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บริษัทได้รับความเห็นจาก ก.ล.ต. ว่า การดำเนินการตามสัญญาความร่วมมือดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับที่ต้องขออนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.