ดาวโจนส์พุ่งเกือบ 600 จุด ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ เวเนซุเอลาวิกฤติ

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งเกือบ 600 จุด ปิดตลาดเมื่อคืนทำสถิติสูงสุดใหม่ ขานรับแรงดีดของตลาดหลังปฏิบัติการสหรัฐโจมตีเวเนซุเอลา และบุกจับผู้นำ คาดไม่นำไปสู่วิกฤติครั้งใหญ่
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.69) ที่ผ่านมา แม้มีเหตุสหรัฐ โจมตีเวเนซุเอลา และจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น และนักลงทุนเดิมพันว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่ลุกลามเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ที่จะสั่นคลอนตลาด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 594.79 จุด หรือ 1.23% ปิดที่ 48,977.18 จุด โดยดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้ยังทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่ระหว่างวันด้วย ขณะที่ S&P 500 บวก 0.64% ปิดที่ 6,902.05 จุด และดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.69% ปิดที่ 23,395.82 จุด
หุ้นกลุ่มพลังงานนำตลาดให้ปรับตัวขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา หุ้นเชฟรอน Chevron พุ่งขึ้น 5.1% และถูกมองว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีฐานอยู่ในเวเนซุเอลา ซึ่งมีปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วว่าใหญ่ที่สุดในโลก หุ้นเอ็กซอนโมบิล Exxon Mobil
เพิ่มขึ้น 2.2% หุ้นของบริษัทบริการด้านน้ำมันที่อาจช่วยฟื้นฟูพลังงานของเวเนซุเอลา เช่น ฮัลลิเบอร์ตัน Halliburton และ เอสแอลบี SLB ปรับตัวสูงขึ้น 7.8% และเกือบ 9% ตามลำดับ กองทุน ETF State Street Energy Select Sector (XLE) เพิ่มขึ้นเกือบ 3%
คาดปัจจัยบวกระยะยาวต่อการผลิตน้ำมันเวเนซุเอลา
“ในระยะสั้น อาจจะช่วยดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น เพราะความกังวลเรื่องอุปทาน และการส่งมอบน้ำมัน” แซม สโตวอลล์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ CFRA Research กล่าวกับซีเอ็นบีซี “ในระยะยาว อาจจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะเวเนซุเอลามีสัดส่วนเพียง 1% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก และสถานการณ์ก็แย่ลงเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง และสหรัฐฯ อาจช่วยในเรื่องนี้ได้”
แม้ว่าตลาดหุ้นจะตอบสนองในเชิงบวก แต่นักลงทุนก็ยังเพิ่มการลงทุนในทองคำ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวข้องกับโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น 2.8% ซึ่งเป็นวันที่ดีที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม
บิตคอยน์ซื้อขายอยู่เหนือ 94,000 ดอลลาร์ หุ้นกลุ่มการเงินก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนในวอลล์สตรีทต่างคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะแข็งแกร่งในปีนี้ หุ้นของธนาคารขนาดใหญ่อย่างโกลด์แมน แซคส์ Goldman Sachs และธนาคารระดับภูมิภาคอย่างยูเอส แบงคอร์ป U.S. Bancorp พุ่งขึ้น 3.7% และ 2.9% ตามลำดับ
“ตลาดโดยพื้นฐานแล้วกำลังบอกว่า ‘เราจะมุ่งเน้นไปที่การนำเงินกลับมาลงทุนหลังจากได้ลดหย่อนภาษีจากการขาดทุน ปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ในช่วงปลายปี 2025 และซื้อหุ้นกลับเข้ามาใหม่ในช่วงต้นปี 2026’” สโตวอลล์กล่าวต่อ “นักลงทุนยังคงจับตาดูว่าเฟดน่าจะทำอะไร และผลกำไรของบริษัทจะเป็นอย่างไร จนถึงตอนนี้ บรรยากาศในตลาดยังคงอยู่ในโหมดเปิดรับความเสี่ยง”
หลังการโจมตีและการจับกุมโดยกองทัพสหรัฐฯ มาดูโรและภรรยาของเขา ซิเลีย ฟลอเรส ถูกนำตัวไปนิวยอร์ก ที่ซึ่งพวกเขาถูกตั้งข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายคดียาเสพติด (narco-terrorism) และอาชญากรรมอื่น ๆ ตามคำฟ้อง ระบุว่าการค้ายาเสพติด “ทำให้ชนชั้นนำทางการเมืองและทหารของเวเนซุเอลามั่งคั่งและหยั่งรากลึก” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ว่าสหรัฐฯ จะ “บริหาร” เวเนซุเอลา “ตราบเท่าที่เราจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบได้”
“นี่เป็นเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีนัยสำคัญ แม้มีแนวโน้มจะไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดครั้งใหญ่ในระยะสั้น” แมทธิว แอ็กส์ นักวิเคราะห์นโยบายจาก Evercore ISI เขียนในบันทึก “ณจุดนี้ นักลงทุนต้องลุยต่อไปในภูมิทัศน์ที่เริ่มคุ้นเคยดีแล้ว นั่นคือความกำกวมโดยเจตนาของทรัมป์เกี่ยวกับก้าวต่อไปของเขา”
“สัญชาตญาณของเราคือ ทรัมป์โดยทั่วไปไม่ได้สนใจการเปลี่ยนระบอบแบบส่งทหารภาคพื้นดินเต็มรูปแบบเหมือนสงครามอิรักและอัฟกานิสถานที่เขาวิพากษ์วิจารณ์มานาน อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของทรัมป์ในวันนี้ยังเปิดช่องให้เป็นไปได้ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะไม่จบแค่ครั้งเดียวแล้วจบ เหมือนการโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อปีที่แล้ว” แอ็กส์กล่าวเสริม
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ อย่าง เจเนอรัลไดนามิกส์ General Dynamics และ ล็อกฮีดมาร์ติน Lockheed Martin ได้รับแรงหนุนเล็กน้อย ราคาหุ้นขยับขึ้น 3.5% และ 2.9% ตามลำดับ โดยปฏิบัติการครั้งล่าสุดของทรัมป์แสดงให้เห็นว่าการโจมตีทางทหารอย่างรวดเร็วจะเป็นหัวใจหนึ่งของแนวนโยบายในการรับมือกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







