ลุ้น‘ดัชนีหุ้นไทย’แตะ1,300จุด ‘ต่างชาติ’ซื้อวันแรก2,371ล้าน

“หุ้นไทย” วานนี้ปิดตลาดพุ่งแรง 20 จุด ที่ 1,280.05 จุด นักลงทุน “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิ 2,371 ล้านบาท “บล.บัวหลวง” มองรับปัจจัยหนุนนอกประเทศ
ความเคลื่อนไหว “ดัชนีหุ้นไทย” วันแรก (5 ม.ค.2569) ของการเปิดศักราชใหม่ปี 2569 พุ่งแรง 20.38 จุด มาอยู่ที่ 1,280.05 จุด หรือ 1.62% มูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 45,7270.4 ล้านบาท โดยวานนี้พบ “นักลงทุนต่างชาติ” ซื้อสุทธิ +2,371.54 ล้านบาท และ “นักลงทุนบัญชีหลักทรัพย์” (บล.) ซื้อสุทธิ +1,201.20 ล้านบาท ขณะที่ “นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย” ขายสุทธิ -422.45 ล้านบาท และ -3,150.29 ล้านบาท ตามลำดับ
นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า หุ้นไทยวานนี้ปรับตัวบวกแรงหลังมีหลายปัจจัยหนุนจากปัจจัยนอกประเทศทั้ง ความตึงเครียดจากการโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐมีแนวโน้มสร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยรวมคาดว่า “ยังจำกัด” เพราะความขัดแย้งมีลักษณะเฉพาะจุด ไม่ยืดเยื้อ และไม่มีสัญญาณลุกลามเป็นสงครามในวงกว้าง
อีกทั้ง ความเสี่ยงภาษีทรัมป์ที่ลดลง หลังทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีเฟอร์นิเจอร์ ตู้ครัวเพิ่มเติมออกไปปี 2570 จากกำหนดเดิมจะเก็บ 1 ม.ค. 2569 และตลาดเก็งเฟดลดดอกเบี้ยต่อในการประชุมรอบ 26-27 ม.ค. นี้ ขณะเดียวกับงบหุ้นสหรัฐน่าจะโตแรงต่อเนื่อง หนุน Sentiment หุ้นโลก และ DELTA
ผสานกับปัจจัยในประเทศ ที่มีแรงซื้อกลุ่มหุ้นปันผลสูง ทั้งธนาคาร สื่อสาร ก่อนประกาศงบช่วงเดือนก.พ. และคาดท่องเที่ยวน่าจะยังฟื้นต่อ-เตรียมออกนโยบายกระตุ้น LISA ช่วงเดือนม.ค. หนุนกลุ่มท่องเที่ยว
อย่างไรก็ดี แนวโน้มตลาดหุ้นไทย เดือนม.ค. นี้ เราคาดว่า ปรับขึ้นระยะสั้น และเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ที่ระดับ 1,270-1,300 จุด จนกว่าจะเห็นความชัดเจนเลือกตั้ง มองดาวไซด์ไม่มากแล้ว
แนะหุ้นเด่น กลุ่มหลัก ธีมปันผล ธนาคาร สื่อสาร (SCB KTB ADVANC ) และ ธีมท่องเที่ยว สนามบิน โรงแรม (AOT CENTEL) รวมถึง กลุ่มกำไรเแข็งแกร่ง ที่มีผลกระทบจากสุญญากาศการเมืองต่ำ และห้างสรรพสินค้า และเครื่องดื่ม ( CPN ICHI)
นายรัฐศักดิ์ พิริยะอนนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล. กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นไทยวานนี้ บวกแรงตามกระแสตลาดคาดหวังเห็น Election rally และ January effect ซึ่งแม้จากข้อมูลในอดีตไม่สามารถสรุปได้ว่าปัจจัยทางฤดูกาลเหล่านี้มีสำคัญทางสถิติ แต่ปีนี้มีความแตกต่างคือแรงกดดันจากการขายไถ่ถอนกองทุนลดหย่อนภาษีคาดว่าจะลดลง
ทั้งนี้ หากย้อนดูการซื้อขาย 1-2 วันแรกของปีในอดีตที่ผ่านมามักมีความเสี่ยงเชิงลบหรือตลาดมักปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนที่ถือครองกองทุนลดหย่อนภาษี LTF แล้วครบกำหนดมักมีการขายเพื่อไถ่ถอนออกมาทำให้มีแรงขายในช่วงต้นปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่มีการขายไถ่ถอนออกมามากอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี กองทุน LTF รุ่นสุดท้ายที่ซื้อลงทุนแล้วได้ประโยชน์ทางภาษีได้ครบกำหนดอายุและสามารถไถ่ถอนทั้งหมดได้ตั้งแต่ปี 2568 แล้ว ดังนั้นแรงขายจากการไถ่ถอนดังเช่นที่เกิดมาในอดีตจึงมีแนวโน้มลดลงในปีนี้
มองไปข้างหน้าเราประเมินดัชนีหุ้นไทย จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,300 จุด มองหุ้นกลุ่มธนาคาร ยังมีความน่าสนใจจากเงินปันผลที่ให้ในระดับสูงเช่น SCB TTB KTB
รวมถึง “หุ้นกลุ่มพลังงาน”และ“กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” บางตัว เช่น PTTEP AP SPALI ที่ผลประกอบการมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ อาจพิจารณาเก็งกำไรในหุ้นใหญ่ที่มีการแกว่งตัวไปกับตลาดสูงหรือ high beta stock และมีพื้นฐานแข็งแกร่งเช่น GULF AOT และ PTTGC







