วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โบรกลดน้ำหนัก ‘หุ้นพลังงาน’ หวั่น ‘สหรัฐ-เวเนซุเอลา’ จุดเปลี่ยนสมดุลน้ำมันโลก

โบรกลดน้ำหนัก ‘หุ้นพลังงาน’ หวั่น ‘สหรัฐ-เวเนซุเอลา’ จุดเปลี่ยนสมดุลน้ำมันโลก

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “สหรัฐและเวเนซุเอลา” กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เพียงสะท้อนทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างตลาดน้ำมันในอนาคต 

โบรกลดน้ำหนัก ‘หุ้นพลังงาน’ หวั่น ‘สหรัฐ-เวเนซุเอลา’ จุดเปลี่ยนสมดุลน้ำมันโลก

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งและการเข้าไปมีบทบาทของสหรัฐในประเทศเวเนซุเอลา ว่า ในภาพระยะสั้นเวเนซุเอลามีสัดส่วนการส่งออกน้ำมันเพียงราว 1% ของซัพพลายโลก ซึ่งยังไม่กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ แนวโน้มที่บริษัทน้ำมันจากสหรัฐจะเข้าไปลงทุนสำรวจและเพิ่มกำลังการผลิตในเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองสูงถึงราว 18% ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้ต่ำกว่าศักยภาพในกำลังการผลิต หรืออยู่ในภาวะ Under Capacity ซึ่งการเข้ามาลงทุนของสหรัฐจึงมีโอกาสทำให้ซัพพลายน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาหลายปี เนื่องจากน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบชนิดหนัก หรือ Heavy Crude ที่มีซัลเฟอร์สูง ต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการกลั่นจำนวนมาก

“แม้ระยะสั้นตลาดอาจมีความกังวลด้านซัพพลายจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ทว่าในมุมมองระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานของตลาดน้ำมันกำลังเปลี่ยนไป เมื่อซัพพลายในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจึงกดดันให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวหรือมีโอกาสปรับตัวลง”

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า ในเชิงผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก เบื้องต้นยังไม่เห็นแรงกดดันด้านอุปทาน เนื่องจากเวเนซุเอลามีกำลังผลิตน้ำมันระดับไม่สูง และเป็นน้ำมันเกรดต่ำ ทำให้ผลต่อราคาน้ำมันโลกในปัจจุบันยังอยู่ในวงจำกัด

อย่างไรก็ดี ระยะสั้นราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากความกังวลและความผันผวนของตลาด จากความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันของเวเนซุเอลาอาจสะดุด แต่ในระยะถัดไปหากมีการฟื้นฟูกำลังการผลิตจริง ยังต้องใช้เวลาและการลงทุนจำนวนมาก จึงไม่น่ากระทบโครงสร้างซัพพลายโลกในทันที

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินโลกให้น้ำหนักมากกับศักยภาพทางทหารของสหรัฐที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศและอาวุธยุทโธปกรณ์ของเวเนซุเอลาที่จัดหาจากจีนและรัสเซียถูกมองว่า มีประสิทธิภาพด้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการสำแดงพลังดังกล่าวช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อบทบาทผู้นำของสหรัฐ

“ผลเชิงบวกที่เห็นได้ชัดคือ การตอบรับตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไต้หวันและญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงหนุนความกังวลภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง หลังสหรัฐแสดงความเหนือกว่าด้านแสนยานุภาพ ทำให้ความเสี่ยงจากการคุกคามของจีนถูกประเมินผ่อนคลายลงในระยะสั้น”

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้น้ำหนักลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Asia Tech เช่น ตลาดหุ้นไต้หวันและญี่ปุ่น รวมถึงประเทศหรือบริษัทที่มีแนวโน้มดำเนินนโยบายสอดคล้องหรือได้รับแรงหนุนจากสหรัฐ ซึ่งมีโอกาสได้เปรียบเชิงโครงสร้างในระยะถัดไป

นายปรินทร์ นิกรกิตติโกศล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลายังคงอยู่ในช่วงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยความชัดเจนของตลาดจะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านผู้นำทางการเมืองเวเนซุเอลาสมบูรณ์

ทั้งนี้ หากการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นโดยไม่มีการตอบโต้จากประเทศพันธมิตรในภูมิภาค หรือจากประเทศมหาอำนาจอย่างจีน จะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดน้ำมันโลกในระยะถัดไป ซึ่งระยะสั้นราคาน้ำมันมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากค่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หากเกิดการตอบโต้ทางการเมืองหรือการทหาร อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตหรือขนส่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

สำหรับเวเนซุเอลาถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมน้ำมันโลก มีปริมาณน้ำมันสำรองสูงถึงราว 300,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แม้ปัจจุบันจะมีกำลังผลิตเพียงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบ 1% ของซัพพลายโลกในระยะกลางถึงยาว หากสถานการณ์คลี่คลายและเกิดการเปลี่ยนผ่านผู้นำอย่างสมบูรณ์ ราคาน้ำมันอาจเผชิญแรงกดดัน

สำหรับ กลยุทธ์ลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานให้มุมมองเป็นกลาง เนื่องจากปัจจัยบวกในระยะสั้นจากค่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจะถูกหักล้างด้วยแรงกดดันด้านซัพพลายในระยะยาว