หุ้น TASCO บวกพุ่ง 10.22% โบรกชี้ศึกสหรัฐ-เวเนซุเอลาหนุน แนะเทรดดิ้ง ตั้ง Stop Loss ที่ 14.80 บาท

หุ้น TASCO บวกพุ่ง 10.22% โบรกชี้ศึกสหรัฐ-เวเนซุเอลาหนุน แนะเทรดดิ้ง ตั้ง Stop Loss ที่ 14.80 บาท

หุ้น TASCO ปรับตัวขึ้น 10.22% หรือเพิ่มขึ้น 1.40 บาท มาอยู่ที่ระดับ 15.10 บาท ในการซื้อขายภาคเช้า นักวิเคราะห์ชี้ ราคาหุ้นได้ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลา ซึ่งหากสหรัฐฯ เข้าไปปลดล็อกการลงทุนได้ จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันดิบชนิดหนักของ TASCO ลดลง แนะนำกลยุทธ์เก็งกำไร ประเมินเป้าหมายราคาที่ 15.50–15.90 บาท และให้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 14.70–14.80 บาท

KEY

POINTS

  • หุ้น TASCO ปรับตัวขึ้น 10.22% หรือเพิ่มขึ้น 1.40 บาท มาอยู่ที่ระดับ 15.10 บาท ในการซื้อขายภาคเช้า
  • นักวิเคราะห์จาก บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล ชี้ว่าราคาหุ้นได้ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลา ซึ่งหากสหรัฐฯ เข้าไปปลดล็อกการลงทุนได้ จะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบน้ำมันดิบชนิดหนักของ TASCO ลดลง
  • โบรกเกอร์แนะนำกลยุทธ์เก็งกำไร (Trading) โดยประเมินเป้าหมายราคาที่ 15.50–15.90 บาท และให้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 14.70–14.80 บาท

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 5 ม.ค.2569 เวลา 10.00 น. หุ้น TASCO หรือ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) บวกพุ่ง 10.22% เพิ่มขึ้น 1.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 15.10 บาท

หุ้น TASCO บวกพุ่ง 10.22% โบรกชี้ศึกสหรัฐ-เวเนซุเอลาหนุน แนะเทรดดิ้ง ตั้ง Stop Loss ที่ 14.80 บาท

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้น TASCO ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยหลักที่หนุนราคาหุ้นจากพัฒนาการทางการเมืองของเวเนซุเอลา หากสหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเข้าไปควบคุมสถานการณ์และปลดล็อกการลงทุนในเวเนซุเอลาได้ จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของ TASCO ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากธุรกิจหลักของ TASCO คือการผลิตยางมะตอย ซึ่งต้องใช้วัตถุดิบเฉพาะอย่าง น้ำมันดิบชนิดหนัก หรือที่เรียกว่า Heavy Crude

อย่างไรก็ตาม แม้เวเนซุเอลาจะมีปริมาณน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำมันดิบชนิดหนัก ซึ่งแตกต่างจากน้ำมันดิบชนิดเบาของหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบชนิดหนักกลับเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของ TASCO มากที่สุด ทำให้ทิศทางสถานการณ์ในเวเนซุเอลาถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อบริษัท

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าราคาหุ้น TASCO จะเปิดตลาดปรับตัวขึ้นมาประมาณ 10% แล้ว แต่ทว่ายังคงมุมมองเก็งกำไรได้ โดยประเมินเป้าหมายราคาที่ระดับ 15.50–15.90 บาท ซึ่งเป็นระดับที่มูลค่าหุ้นอาจเริ่มตึงตัว ขณะที่แนะนำจุดตัดขาดทุนไว้ที่ช่วง 14.70–14.80 บาท

สำหรับมุมมองต่อราคาน้ำมันโลก มองว่า ในระยะสั้นแรงกดดันต่อราคาน้ำมันยังอยู่ในลักษณะก้ำกึ่ง เนื่องจากนโยบายของสหรัฐฯ ในการผลักดันให้บริษัทพลังงานเข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลายังต้องใช้ระยะเวลา ก่อนที่กำลังการผลิตจะสะท้อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบจะเผชิญแรงกดดันด้านขาลง โดยมองว่า การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ประเด็นด้านราคาน้ำมันอาจเป็นเรื่องรอง ขณะที่สาระสำคัญอยู่ที่มิติของภูมิรัฐศาสตร์และอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก