วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (24 ธ.ค. 2568) ปิดบวก 4.22 จุด นักลงทุนคาดหวังธีมเลือกตั้งเป็นแรงส่งดัชนี

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (24 ธ.ค. 2568) ปิดบวก 4.22 จุด นักลงทุนคาดหวังธีมเลือกตั้งเป็นแรงส่งดัชนี

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (24 ธ.ค. 2568) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,275.33 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.22 จุด หรือคิดเป็น 0.33% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความคาดหวังที่มีต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า และการผ่อนคลายในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (24 ธ.ค. 2568) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,275.33 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.22 จุด หรือคิดเป็น 0.33% โดยดัชนีทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,275.33 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,269.02 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขาย รวม 28,615.84 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ADVANC ราคาปิด 314.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,116.89 ล้านบาท
     
  2. AOT ราคาปิด 54.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.36% มูลค่าซื้อขาย 1,095.24 ล้านบาท
     
  3. TTB ราคาปิด 2.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 1.00% มูลค่าซื้อขาย 1,070.83 ล้านบาท
     
  4. BDMS ราคาปิด 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.06% มูลค่าซื้อขาย 1,030.91 ล้านบาท
     
  5. PTT ราคาปิด 31.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 981.53 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวไซด์เวย์ และปิดบวกเล็กน้อย จากความคาดหวังในการเลือกตั้งช่วงต้นปีหน้า ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงปัจจัยการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ แม้มูลค่าการซื้อขายโดยรวมยังคงเบาบาง

ด้านการรายงาน ตัวเลขจีดีพี ไตรมาส 3 ของสหรัฐโตแกร่งกว่าคาด นายสุวัฒน์ให้ความเห็นว่า นักลงทุนควรพิจารณาเรื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐประกอบด้วย ซึ่งในปัจจุบันตัวเลขในภาคแรงงานยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งทำให้วงจรดอกเบี้ยขาลงในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป


 

สำหรับวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเเกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับ 1,260 จุด และ แนวต้าน 1,280 จุด เนื่องจากตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ เช่น การเจรจาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามองได้แก่ ค่าเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นในส่งออกเป็นสำคัญ 

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม China play เป็นหลัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า “หุ้นดีพวาลู” (deep value) เช่น PTTGC และ IVL รวมไปถึงหุ้นกลุ่มบริการและท่องเที่ยวอย่าง CENTEL ที่มีปัจจัยบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง