วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (19 ธ.ค. 2568) ปิดบวก 2.12 จุด เงินเฟ้อสหรัฐโตต่ำกว่าคาด

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (19 ธ.ค. 2568) ปิดบวก 2.12 จุด เงินเฟ้อสหรัฐโตต่ำกว่าคาด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (19 ธ.ค. 2568) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,252.19 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.12 จุด หรือคิดเป็น 0.17% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) ซึ่งสะท้อนระดับเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (19 ธ.ค. 2568) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,252.19 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.12 จุด หรือคิดเป็น 0.17% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,257.50 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,248.35 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 34,064.09 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KTB ราคาปิด 28.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 3.39% มูลค่าซื้อขาย 3,126.65 ล้านบาท
  2. DELTA ราคาปิด 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 2,336.46 ล้านบาท
  3. PTT ราคาปิด 31.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.80% มูลค่าซื้อขาย 2,156.67 ล้านบาท
  4. KBANK ราคาปิด 195.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.76% มูลค่าซื้อขาย 1,657.82 ล้านบาท
  5. AOT ราคาปิด 54.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.36% มูลค่าซื้อขาย 1,527.81 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในวันนี้ภาพรวมดัชนีแกว่งตัวในทางบวกตามตลาดภูมิภาค จากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) ที่เติบโตที่ต่ำกว่าคาดที่ 2.7% และเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ทำให้นักลงทุนมองแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มการเงินยังคงทำผลงานได้ไม่ดีนัก และไม่ปรับตัวรับนโยบายการลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) คาดว่า ปัจจัยหลักมาจากการคาดการณ์ถึงวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงที่ใกล้สิ้นสุด

ด้านผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) ยังปรับตัวลงน้อยกว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนการเงินของกลุ่มไฟแนนซ์ไม่ลดลงมากนัก 

 

ในขณะที่สัปดาห์หน้า (22 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเเกว่งตัวอยู่ในกรอบแนวรับ 1,230-1,250 จุด แนวต้าน 1,280 จุด โดยในช่วงนี้อาจเป็นช่วงที่นักลงทุนมีการปรับพอร์ตขายทำกำไร โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ รวมถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มโรงพยาบาล

กลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเช่น CENTEL, MINT, AOT ที่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น กลุ่มการแพทย์ เช่น BDMS และ BH รวมถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL